เมื่อนึกถึงเซียวถิงเยี่ยน เหลียงอวี่หวงก็พลันอึดอัดใจขึ้นมาอีกครา
หากรู้แต่แรกว่าหยุนหลวนมีคนในใจอยู่แล้ว เขาจะเผลอมีใจให้เสี่ยวหยุนด้วยความเข้าใจผิดเช่นนี้ได้อย่างไร
ช่างเป็นเวรกรรมแท้ ๆ
เหลียงอวี่หวงพยายามข่มคลื่นอารมณ์ในใจอย่างสุดกำลัง
หลังจากใช้เวลาสงบสติอยู่นาน เขาจึงค่อยกลับมาเป็นปกติ
จากนั้นจึงอธิบายข้อดีข้อเสียให้หยุนหลวนฟังอย่างอดทน
“ที่จริง สุขภาพของพระบิดาข้าในช่วงหลายปีมานี้ทรุดโทรมลงทุกที พระองค์หมกมุ่นอยู่กับศาสตร์แห่งการมีชีวิตยืนยาว เสวยโอสถไปไม่น้อย... แต่ยาใด ๆ ล้วนมีพิษอยู่สามส่วน พระองค์เสวยโอสถมากมายถึงเพียงนั้นตลอดหลายปี ร่างกายจึงแข็งนอกอ่อนในมานานแล้ว”
“ข้าเคยทูลเตือนพระองค์หลายครั้งว่าอย่าเสวยโอสถอีก แต่พระองค์ระแวงข้า ไม่ทรงเชื่อใจข้าแม้แต่น้อย ไม่ว่าข้าจะกล่าวสิ่งใดหรือทำอะไร พระองค์ก็ทรงระแวดระวังข้าเสมอ หลายปีมานี้ พระองค์ทรงเชื่อคำยุยงของผู้อื่น คอยลงมือกดข่มข้าและริบอำนาจของข้าอยู่เนือง ๆ... ตำแหน่งรัชทายาทนี้ ข้าจึงนั่งได้อย่างยากลำบากยิ่ง”
“โดยเฉพาะสองปีมานี้ พระบิดาทรงระแวงไปเสียทุกเรื่อง ยิ่งไม่ทรงเชื่อใจข้า และคิดจะปลดข้าอยู่หลายครั้ง ทุกย่างก้าวของข้าล้วนต้องเดินอย่างระมัดระวังราวเหยียบแผ่นน้ำแข็งบาง ครานี้ข้าถูกเจ้าวางแผนจนพ่ายแพ้ยับเยิน เกรงว่าเมื่อกลับถึงเมืองหลวง ตำแหน่งรัชทายาทของข้าคงสั่นคลอนเต็มที ถึงยามนั้น อำนาจของข้าคงถูกยึดไปจนหมด... ความทะเยอทะยานของพระบิดาจะยิ่งพองโตขึ้นเป็นแน่”
