แต่เขาสงสารหยุนหลวน ไม่อยากให้นางต้องเหน็ดเหนื่อย
อีกอย่าง ยามนี้หยุนหลวนยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ให้หลิวซื่อ เขาไม่อาจทำให้นางลำบากใจ จนต้องละทิ้งความกตัญญูได้
แม้ทั้งสองจะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว ทว่าจนบัดนี้ยังมิได้เข้าหอ
เซียวถิงเยี่ยนเป็นบุรุษ บางคราย่อมปรารถนาจะหลอมรวมหยุนหลวนเป็นหนึ่งเดียวกับตน อยากให้นางเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์
แต่เขารักนาง
จึงไม่อาจบังคับนางแม้แต่น้อย
เขาคิดว่า นางเป็นภรรยาของเขาแล้ว สักวันหนึ่งนางย่อมมอบทุกสิ่งให้เขา
เขาไม่ร้อนใจ รออย่างช้า ๆ ได้ จนถึงวันที่ทุกอย่างลงตัวเอง!
เซียวถิงเยี่ยนครุ่นคิดฟุ้งซ่าน ไม่รู้ว่าผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อใด
หลับไปได้สักพัก จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว มีคนเคาะหน้าต่างเบา ๆ
เซียวถิงเยี่ยนเป็นคนหลับไม่สนิท เขารู้สึกตัวก่อน ลืมตาขึ้น
เขาค่อย ๆ คลายอ้อมแขนจากหยุนหลวน ลงจากเตียงแล้วเดินไปที่หน้าต่าง
หน้าต่างเปิดออก
เงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านนอก
เซียวถิงเยี่ยนมิได้ขัดขวาง ไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นเฉิงเฟิง
แม้เขาไม่เคยพบเฉิงเฟิงมาก่อน แต่เคยเห็นภาพวาดของอีกฝ่ายแล้ว
เป็นดังคิด คนผู้นั้นกระโดดเข้ามาในห้อง แล้วดึงผ้าปิดหน้าออกทันที
เซียวถิงเยี่ยนถามเสียงเบา “เจ้าเป็นเฉิงเฟิงหรือ?”
เฉิงเฟิงพยักหน้า เงยหน้ามองเซียวถิงเยี่ยน ครั้นเห็นใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลัก ก็อดเหม่อลอยไปชั่วขณะมิได้
นี่คือเยี่ยนอ๋องหรือ?
คู่หมั้นของหยุนหลวน? ไม่สิ ควรเรียกว่าสามีต่างหาก
