แท้จริงแล้ว เฝิงซู่ชิงมิได้กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อตนเอง
ทว่าบิดาดำรงตำแหน่งรองเสนาบดีกระทรวงอาญา ทั้งยังเป็นขุนนางใกล้ชิดฮ่องเต้ จึงเป็นที่จับตามอง และย่อมหลีกไม่พ้นการถูกคนถ่อยอิจฉาริษยา คิดคดวางแผนเล่นงาน
นางไม่อาจปล่อยให้ชื่อเสียงของบิดาด่างพร้อย จนสูญเสียใจราษฎรและส่งผลต่อเส้นทางราชการของบิดา... นางจะไม่ยอมทนให้ฟู่จืออวี้ท้าทายเช่นนี้ต่อไปอีก
แววตาของเฝิงซู่ชิงฉายประกายเย็นชา
นางจึงเดินไปมาอยู่สองก้าว “ข้าขอคิดดูก่อน คิดให้รอบคอบ...”
เดิมที เพราะฟู่หมิงเจาตาย นางจึงรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง ทั้งยังคิดจะชดเชยให้ฟู่จืออวี้และคนตระกูลฟู่ ใครจะรู้ว่าพวกนางกลับไม่รู้จักพอ ถึงกับยื่นข้อเรียกร้องเหลวไหลให้นางแต่งงานกับฟู่หมิงเจาในปรโลก
นางยอมถอยให้ พวกนางก็คิดว่าตระกูลเฝิงเป็นลูกพลับนิ่ม จะบีบคั้นอย่างไรก็ได้กระมัง
ช่างไร้ยางอายและต่ำช้านัก
ในเมื่อพวกนางรังแกมาถึงตระกูลเฝิงแล้ว หากนางยังอดกลั้นไม่ตอบโต้ต่อไป ก็เป็นเพียงคนโง่เขลา
นางรู้สึกละอายใจต่อฟู่หมิงเจา แต่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นต่อฟู่จืออวี้ ฮูหยินฟู่ หรือคนทั้งตระกูลฟู่
จู่ ๆ เฝิงอวี้ก็ไม่ร้อนใจแล้ว
เขามองเฝิงซู่ชิงด้วยความภาคภูมิใจ... บุตรสาวของเขาเฉลียวฉลาดยิ่ง ย่อมเหนือกว่าฟู่จืออวี้อยู่หลายขุม เขาเชื่อว่าชิงเอ๋อร์ต้องมีวิธีจัดการแม่ลูกใจชั่วคู่นั้นได้แน่
เป็นดังที่คาด ชิงเอ๋อร์มิได้ปล่อยให้เขารอนาน
เฝิงซู่ชิงหยุดฝีเท้า เงยหน้ามองเฝิงอวี้ ก่อนยกมุมปากยิ้มบาง “ไม่สู้ใช้วิธีเดียวกับที่พวกนางใช้กับเรา ตอบแทนกลับไปเป็นอย่างไร?”
