แต่หยุนหลวนเพิ่งอายุสิบหกปีเท่านั้น นางแก่ชราถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ทันใดนั้น สาวใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างเร่งร้อน มือถือเสื้อคลุมตัวนอกที่ซักจนสีซีดจาง ก่อนนำมาคลุมลงบนบ่าอันบอบบางผอมบางของหยุนหลวน
เซียวเสวียนรุ่ยเพ่งมอง นั่นคือรูชุน
รูชุนเองก็ดูเปลี่ยนไปเช่นกัน
มือผอมแห้งเต็มไปด้วยรอยแผลของนางลูบแผ่นหลังหยุนหลวนเบา ๆ แววตาเปี่ยมความกังวลจับจ้องโลหิตสีแดงฉานที่เผยอยู่บนฝ่ามือ
“คุณหนู เหตุใดจึงกระอักเลือดเจ้าคะ? จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ?” รูชุนสะอื้นเสียงเบาอย่างอดไม่อยู่ นางลนลานหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา ซับโลหิตบนฝ่ามือและมุมปากให้หยุนหลวน
หยุนหลวนหันไปมองกำแพงจวนอ๋องที่ทอดยาวสุดสายตาอยู่ด้านนอก “ได้ยินว่าน้องชายข้าป่วย ยามนี้อาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
รูชุนก้มหน้าลง แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่ปิดไม่มิด
“คุณหนู...”
เปลือกตาหยุนหลวนสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนหันไปมองรูชุน
“มีอะไร?”
“...”
นางถอนหายใจแผ่วเบา “รูชุน เจ้าเติบโตอยู่ข้างกายข้ามาตั้งแต่เล็ก จนถึงยามนี้แล้ว ยังมีเรื่องใดที่ข้ารู้ไม่ได้อีก? พูดมาเถิด...”
หยาดน้ำตาที่รูชุนกลั้นไว้ในเบ้าตาร่วงพร่างลงมา ราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด
นางคุกเข่าลงกับพื้น เอ่ยทั้งเสียงสะอื้น “คุณชายห้าสิ้นแล้วเจ้าค่ะ... ฮูหยินเสียสติ กอดร่างคุณชายเล็กกระโดดลงไปในบ่อน้ำโบราณภายในจวน”
“เมื่อบ่าวไพร่ในจวนช่วยกันนำฮูหยินกับคุณชายห้าขึ้นมา ทั้งสองก็สิ้นใจแล้ว ร่างกายเย็นเฉียบไปหมด”
