“การเสียสละของพวกเราไม่มีผู้ใดจดจำ มีแต่จะทำให้ญาติพี่น้องและครอบครัวต้องเจ็บปวดสิ้นหวัง พี่น้องทั้งหลาย ลองนึกถึงครอบครัวผู้บริสุทธิ์น่าสงสารของพวกเราดูเถิด ผู้รู้กาลเทศะย่อมเป็นยอดคน...พาครอบครัวไปเริ่มต้นอนาคตที่ดีกว่า นั่นต่างหากคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด”
สวีเผิงอดกลั้นอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว เขาเงยหน้าขึ้นมองเฮ่อจง
“ใต้เท้า บัดนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านจึงไม่ส่งคนไปตรวจสอบเรื่องแหล่งน้ำ และเหตุใดจึงไม่ลงโทษพวกหนอนเน่าที่บั่นทอนขวัญทหารและทำให้ชาวเมืองหวาดหวั่นอย่างหนัก ตั้งแต่แรก ในใจท่านคงคิดจะยอมจำนนต่อแคว้นเหลียงอยู่แล้วกระมัง? ด้วยกำลังของเมืองเฟิ่ง หากไม่เกิดเหตุแหล่งน้ำถูกวางยาพิษ ต่อให้เรายืนหยัดสิบวันครึ่งเดือนก็หาใช่ปัญหาใหญ่ไม่”
“ผู้มีสายตาย่อมมองออกว่าปัญหาอยู่ที่ใด ทว่าท่านเป็นถึงเจ้าเมืองเฟิ่ง กลับไม่ทำสิ่งใด ตั้งแต่แรกก็ปล่อยให้ทหารสูญเสียกำลังรบ เข้าปะทะกับทหารแคว้นเหลียง...พวกเราไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย ข้าเคยบอกท่านหลายครั้งแล้วว่าเราไม่ควรเป็นฝ่ายลงมือ ขอเพียงรักษาประตูเมืองไว้ให้ดี ไม่ปล่อยให้พวกเขาบุกเข้ามา เมืองก็จะไม่แตก”
“แต่ท่านกลับยืนกรานให้เปิดประตูเมือง ยั่วยุทหารแคว้นเหลียงครั้งแล้วครั้งเล่า ใต้เท้า ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าท่านคิดจะทำอันใด การกระทำของท่านชวนให้สงสัยยิ่งนัก หรือว่าท่านทรยศต่อแคว้นและไปเข้ากับแคว้นเหลียงตั้งแต่แรกแล้ว?”
