เฝิงอวี้กล่าวจบก็วางถ้วยชาลง แล้วสั่งให้คนไปนำเครื่องเขียนทั้งสี่อย่างมา
สีหน้าของฟู่เหวินเซิงพลันเปลี่ยนไป เขารีบห้ามปราม “น้องเขย เรื่องนี้มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด อย่าเพิ่งโกรธเลย น้องสาวข้าเลอะเลือน เพื่อปกป้องหมิงเอ๋อร์จึงไม่ใส่ใจชิงเอ๋อร์ ข้าเองก็โกรธยิ่งนัก ข้าตำหนินางอย่างรุนแรงไปแล้ว นางก็สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำ วันนี้ข้ามาจวนเฝิง นางยังอยากตามกลับมาด้วย”
“เจ้ายังไม่ได้เอ่ยปาก ทั้งชิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้พูด ข้าจึงไม่กล้าพานางกลับมา เกรงว่าจะยิ่งเติมเชื้อไฟ ทว่า นางร้องไห้จนแทบขาดใจ บอกว่าคิดถึงชิงเอ๋อร์ อยากกลับมาขอโทษชิงเอ๋อร์ด้วยตนเอง เฮ้อ อย่างไรก็เป็นแม่ลูกแท้ ๆ จะมีความแค้นข้ามคืนได้อย่างไร? เรื่องโง่เขลาที่หมิงเอ๋อร์ทำกลับส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์แม่ลูกของพวกนาง ช่างไม่สมควรจริง ๆ”
เฝิงอวี้แค่นเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา
ฟู่เหวินเซิงเห็นดังนั้นก็รีบปรบมือ สั่งให้คนยกหีบหลายใบเข้ามา
“นี่เป็นของขวัญเพื่อขอขมาชิงเอ๋อร์ หวังว่าน้องเขยจะไม่ปฏิเสธ...”
เฝิงอวี้จึงหันกลับมา เหลือบมองหีบที่วางอยู่ในห้อง
คนเปิดหีบออก ภายในมีทั้งผ้าแพรเนื้อดี ทองคำ เงิน และอัญมณี อีกทั้งยังมีภาพวาดและหนังสือหายาก ตลอดจนเครื่องกระเบื้องโบราณที่สีและรูปแบบล้วนพบเห็นได้ยากยิ่ง
ฟู่เหวินเซิงรู้ว่าเฝิงอวี้โปรดปรานภาพวาดและหนังสือเหล่านั้น จึงทุ่มเงินจำนวนมาก ซื้อผลงานของปรมาจารย์หลายชิ้นอย่างลับ ๆ เพื่อเอาใจเขา
ส่วนผ้าแพรกับอัญมณีเหล่านั้น ย่อมเป็นของกำนัลแก่เฝิงซู่ชิง
นับได้ว่าจริงใจอย่างยิ่ง ของกำนัลเหล่านี้ล้วนมอบได้ตรงใจผู้รับ
