หยุนหลวนถลึงตาใส่เซียวถิงเยี่ยนอย่างขุ่นเคือง “ดีนักนะ เจ้าถึงกับแช่งว่าข้าแก่แล้วหรือ เซียวถิงเยี่ยน บัดนี้เจ้าช่างกล้าหาญขึ้นมากจริง ๆ”
เซียวถิงเยี่ยนรีบเอ่ยขออภัยอย่างจนใจ “ได้ เป็นข้าพูดผิดเอง ล้วนเป็นความผิดของข้า อาหลวนของพวกเรางดงามที่สุดในใต้หล้า ไม่มีผู้ใดงามเทียม เจ้าไม่มีวันแก่ลง ย่อมเป็นสตรีที่งดงามและเยาว์วัยที่สุดตลอดไป”
หยุนหลวนอดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ นางเองก็ไม่คิดจะหยอกเย้าเขาต่อแล้ว
เขายุ่งจริง ๆ มีเรื่องมากมายกองสุมอยู่ ทั้งยังล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีเรื่องใดล่าช้าได้
แต่ในยามเช่นนี้ นางไม่อยากแยกจากเขา
นางอยากอยู่เคียงข้างเขา
เช่นเดียวกับยามที่นางทุกข์ใจและเสียใจที่สุด เขาก็อยู่เคียงข้างนาง
ท้ายที่สุดเซียวถิงเยี่ยนก็ขัดใจหยุนหลวนไม่ลง จึงพานางออกจากจวนแม่ทัพ ทั้งสองขึ้นรถม้าคันเดียวกัน มุ่งหน้าไปยังพระราชวัง
ระหว่างอยู่บนรถม้า ทั้งสองเอนกายพิงกัน หลับตาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็มาถึงพระราชวัง
ยามพวกเขามาถึง เซียวเสวียนโม่เพิ่งกลับเข้าวังพอดี
เมื่อเห็นว่าเป็นรถประจำตำแหน่งของเยี่ยนอ๋อง เซียวเสวียนโม่ก็รีบเดินเข้ามา คำนับเซียวถิงเยี่ยนก่อนเป็นคนแรก
“เสด็จอา...”
เซียวถิงเยี่ยนลงจากรถม้า พยักหน้าให้เซียวเสวียนโม่ จากนั้นยื่นมือเปิดม่านรถ แล้วประคองหยุนหลวนลงมา
เซียวเสวียนโม่เงยหน้ามองแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าลง เงียบงันไม่เอ่ยวาจา
