เขายืนมองป้ายหลุมศพอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาแดงก่ำ
จากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนย่อตัวลง หยิบกาสุราใบหนึ่งกับจอกสองใบออกมาจากอกเสื้อ
เขาวางจอกสุราลงบนพื้น แล้วรินสุราใส่จนเต็มทั้งสองจอก
เขาเทสุราจอกหนึ่งลงบนผืนดินเหลืองหน้าแผ่นศิลา ส่วนอีกจอกยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
แววตาของเขาลึกล้ำ จับจ้องแผ่นศิลาหลุมศพ “ท่านพ่อ ในที่สุดฮ่องเต้ก็ต้องชดใช้ผลกรรมที่ตนก่อ…หากวิญญาณท่านอยู่บนสรวงสวรรค์ ท่านคงรู้สึกยินดีใช่หรือไม่?”
“โปรดอภัยที่ลูกอกตัญญู ไม่อาจกลับจวนแม่ทัพในยามนี้ได้ ท่านพ่อโปรดวางใจ เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ลูกจะกลับไปอยู่พร้อมหน้ากับท่านแม่และคนอื่น ๆ แน่นอน นับแต่นี้ไปจะไม่มีผู้ใดรังแกตระกูลหยุนของเราได้อีก และไม่มีผู้ใดทำร้ายคนในจวนแม่ทัพได้อีก”
แววมืดครึ้มพาดผ่านดวงตาของหยุนเซิ่น “ลูกขอให้คำมั่นกับท่าน…ต่อให้ต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มี ก็จะกวาดล้างเศษเดนของตระกูลเซียวแห่งแคว้นหนันฉู ผู้เต็มไปด้วยความผิดบาปให้สิ้น!”
“ราชวงศ์ตระกูลเซียว…คนตระกูลเซียวทุกคน ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่คู่ควรกับบัลลังก์แห่งแคว้นหนันฉู”
หยุนเซิ่นอยู่ในสุสานแห่งนี้เกือบตลอดทั้งคืน
กระทั่งใกล้รุ่งสาง เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น ตั้งใจจะหมุนกายจากไป ทว่าจู่ ๆ กลับเห็นคนสองคนยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งไม่ไกลนัก
หยุนเซิ่นชะงักไปเล็กน้อย
เมื่อมองเห็นเงาร่างเลือนรางของคนทั้งสองชัดเจน เขาก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายคาดเดาอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะไม่รั้งรออีก ยกเท้าหมายจากไปทันที
หยุนหลวนเร่งฝีเท้าเข้ามาขวางทางหยุนเซิ่น
นางมองหยุนเซิ่นด้วยแววตาเป็นประกาย จับจ้องดวงตาคู่นั้นที่คุ้นเคย
“พี่ใหญ่ เป็นท่านหรือไม่?”
หยุนเซิ่นหลุบตาลง ไม่แม้แต่จะมองหยุนหลวน
เขาตอบเพียงเรียบ ๆ ว่า “ไม่ใช่ เจ้าจำคนผิดแล้ว”
เขาทำท่าจะเดินอ้อมหยุนหลวนจากไป
หยุนหลวนยกมือคว้าแขนเสื้อของเขาไว้
ดวงตาของนางแดงเรื่อ จ้องหยุนเซิ่นอย่างไม่วางตา
“ไม่ใช่ ท่านคือพี่ใหญ่ของข้า ข้าไม่มีทางจำผิด”
หยาดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในเบ้าตาพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น
เสียงของนางสะอื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
