เฝิงอี้เอื้อมมือไปดับธูปดอกนั้น ก่อนแง้มหน้าต่างรถม้าไว้เพียงช่องเล็กๆ ให้กลิ่นหอมในรถค่อยๆ จางหายไป
นางหลุบตามองใบหน้าอันงดงามของหยุนหลวนที่กำลังหลับใหล
แววตาของนางฉายความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง ภาพผมขาวสองข้างขมับของเซียวถิงเยี่ยนค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
นางอดถอนหายใจไม่ได้ “ช่างเป็นบุรุษผู้รักมั่นอย่างยากจะพบในใต้หล้า หยุนหลวน ข้าช่างอิจฉาเจ้านัก เหตุใดข้าจึงไม่มีโชคเช่นเจ้า ได้พบกับบุรุษแสนดีเช่นนี้บ้าง?”
นางยื่นมือออกไป ลูบแก้มหยุนหลวนอย่างแผ่วเบา
“สตรีผู้เก่งกล้าไม่ด้อยกว่าบุรุษ เป็นแม่ทัพหญิงผู้ห้าวหาญองอาจ หยุนหลวน เจ้าใช้ชีวิตได้อย่างที่ผู้คนมากมายใฝ่ฝันอยากเป็น ข้าเองก็เคยอยากเป็นคนเช่นเจ้า น่าเสียดาย...เส้นทางของข้าถูกคนปิดตายตั้งแต่แรกแล้ว”
หางตาของเฝิงอี้ชื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นางไม่กล่าวสิ่งใดอีก พลันหยิบหน้ากากหนังมนุษย์ชิ้นหนึ่งออกจากอกเสื้อ แล้วแนบลงบนใบหน้าหยุนหลวน
ใบหน้าโฉมงามสะกดใจที่เคยอยู่บนใบหน้านั้น พลันกลายเป็นใบหน้าของหญิงสาวหน้าตาธรรมดา เต็มไปด้วยฝ้ากระ
รถม้าโคลงเคลง มุ่งหน้าไปยังประตูเมือง
ทหารยามซักถามอยู่ครู่หนึ่ง
พวกเขายังเปิดม่านรถม้าขึ้น เพื่อตรวจดูสภาพของหยุนหลวนภายในรถ
เมื่อเห็นหญิงสาวขี้เหร่คนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่ในรถม้า พวกเขาก็มองเพียงแวบเดียวแล้วปล่อยม่านลง
“ช่างน่าเวทนา ผ่านไปเถิด”
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ใกล้ๆ เห็นภาพนี้แล้วต่างกระซิบกระซาบกัน
