หมอเทวดาหลู่ไม่กล้าประมาท เขาจับชีพจรของหยุนหลวน แล้วตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
กาลเวลาค่อย ๆ ล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว
หมอเทวดาหลู่ไม่ทันสังเกตว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เขาคลำชีพจรซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนชีพจรลื่นไหลนั้นปรากฏชัดขึ้นทุกที
ราวครึ่งเค่อให้หลัง
เซียวถิงเยี่ยนทนรอต่อไปไม่ไหว ในที่สุดก็เอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“หมอเทวดาหลู่ เกิดอะไรขึ้นหรือ? อาการของอาหลวนทรุดหนักลงหรือ?”
หมอเทวดาหลู่ส่ายหน้า แววตาเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
ในใจเขาอัดแน่นด้วยโทสะ แต่ไม่มีที่ให้ระบาย ทันใดนั้นจึงกำหมัดทุบโต๊ะข้างกายอย่างแรง
“เคราะห์ซ้ำกรรมซัดแท้ ๆ...”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
แววตาของเซียวถิงเยี่ยนเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นหมอเทวดาหลู่เสียกิริยาเช่นนี้มาก่อน
ที่ผ่านมาไม่ว่าจะพบเจอเรื่องใด หมอเทวดาหลู่ก็สงบนิ่งอยู่เสมอ
แต่เมื่อครู่ หมอเทวดาหลู่กลับโกรธจนทุบโต๊ะหรือ?
หรือว่าร่างกายของหยุนหลวนทรุดโทรมลงกว่าเดิมจริง ๆ?
เบื้องหน้าของเซียวถิงเยี่ยนพลันมืดวูบ
เขาก้าวเซถอยไปหลายก้าว ร่างแทบทรุดลง
“หมอเทวดาหลู่...หรือว่าอาหลวนนาง...”
หมอเทวดาหลู่รีบพุ่งเข้ามาประคองแขนของเซียวถิงเยี่ยนไว้
ดวงตาของเขาแดงก่ำในทันใด “ท่านอ๋องอย่าได้คิดฟุ้งซ่าน ร่างกายของหยุนหลวนแข็งแรงดี ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง เพียงแต่...เพียงแต่...”
เขาขมวดคิ้วแน่น มองดวงตาร้อนใจของเซียวถิงเยี่ยนแล้วอ้าปาก
