เฝิงซู่ชิงได้ยินว่านี่เป็นสิ่งที่หยุนหลวนจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ดวงตาของนางก็แดงเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในใจเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “พระชายาดีกับข้ายิ่งนัก น่าเสียดายที่ท้ายที่สุด ข้ากลับไม่ได้ไปส่งนางเป็นครั้งสุดท้าย”
หมอเทวดาหลู่มองเฝิงซู่ชิงด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ “ใครว่าไม่ใช่เล่า พระชายาของพวกเราปกติไม่ชอบคบหาสหาย ใครจะคิดว่านางกลับถูกชะตากับเจ้าเป็นพิเศษ แม้พวกเจ้าจะได้คบหากันไม่นาน แต่พระชายาของพวกเราจริงใจ มองเจ้าเป็นสหายรู้ใจ”
เฝิงซู่ชิงยิ่งรู้สึกละอายใจ “ข้าก็จริงใจต่อนาง มองนางเป็นสหายเช่นกัน...เดิมทีข้าคิดจะไปส่งนาง...”
หมอเทวดาหลู่แค่นเสียงเย็นชา “เรื่องนี้จะโทษเจ้าไม่ได้หรอก หลัก ๆ เป็นเพราะเหลียงอวี่หวงเจ้าหนุ่มนั่นทำอะไรไม่เป็น”
“เขาอุตส่าห์ไปส่งด้วยตัวเองแท้ ๆ เหตุใดจึงลืมแจ้งเจ้าเสียเล่า ช่างไร้น้ำใจเกินไปแล้ว...พระชายาของพวกเรามีใจกว้าง นางย่อมไม่ถือโทษฮองเฮาหรอก”
โจวอี้หดคอ หมอเทวดาหลู่ช่างกล้าจริง ๆ ถึงกับกล้าตำหนิฝ่าบาทอย่างเปิดเผย
ในใจเขาจึงรู้สึกสมดุลขึ้นมาบ้าง
แม้แต่ฝ่าบาทผู้สูงส่งยังหนีวาจาเสียดสีของหมอเทวดาหลู่ไม่พ้น ไม่ต้องพูดถึงหมอหลวงตัวเล็ก ๆ อย่างเขา
หมอเทวดาหลู่ตวาดโจวอี้ “เจ้าสั่นอะไรของเจ้า ยังไม่รีบจับชีพจรฮองเฮาอีกหรือ หากพระชายาของพวกเราไม่เอ่ยปาก ข้าคงไม่สอนวิชาแพทย์ให้เจ้าหัวทึบเช่นนี้หรอก”
โจวอี้ทุกข์ใจเหลือคณา ทว่ากลับไม่กล้าอ้าปากโต้แย้ง
