เฝิงซู่ชิงนอนหมอบนิ่งอยู่บนพื้นหิมะ หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับรัวกลอง
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด กระทั่งนางไม่ได้ยินเสียงใด ๆ อีกแล้ว จึงขยับกายเล็กน้อย ก่อนคลานลุกขึ้นจากพื้นหิมะ
ร่างกายแทบจะแข็งทื่อไปทั้งร่าง
นางถูมือถูเท้า กว่าจะเริ่มกลับมารู้สึกอีกครั้ง
นางเงยหน้ากวาดตามองรอบด้านอย่างเลื่อนลอย มองไปยังทิศทางที่ชิงเถิงจากไป
นางลอบภาวนาให้ชิงเถิงอยู่ในความปลอดภัย
ขอให้ชิงเถิงปลอดภัย นางเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา นักฆ่าในชุดดำเพียงไม่กี่คนย่อมมิใช่คู่มือของเขา
เฝิงซู่ชิงมิได้รั้งรออยู่ต่อ เกรงว่านักฆ่าในชุดดำเหล่านั้นจะย้อนกลับมา
นางมองทิศทางรอบกายให้ชัด ก่อนลุกขึ้นจากพื้นแล้วมุ่งหน้าวิ่งขึ้นเขาต่อไป
นางเคยมายังป่าเขาแห่งนี้เมื่อไม่นานมานี้
นางจำได้ว่าแถบยอดเขามีถ้ำลับแห่งหนึ่ง ขอเพียงวิ่งเข้าไปในถ้ำแล้วยกหินมาปิดปากทาง ก็จะไม่มีผู้ใดพบสถานที่นั้น
ที่นั่นปลอดภัยมาก น่าจะช่วยให้นางหลบภัยได้ชั่วคราว
เฝิงซู่ชิงไต่ไปตามทางเขาขรุขระ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนักฆ่าในชุดดำถูกชิงเถิงล่อไปหมดแล้วหรือไม่ ตลอดทางที่นางขึ้นมา กลับไม่พบพวกมันแม้แต่คนเดียว
ในใจนางพลันเกิดความกังวล ขอให้ชิงเถิงหนีรอดอย่างปลอดภัย
แต่นางเชื่อมั่นในฝีมือของชิงเถิง เมื่อไม่มีตัวถ่วงอย่างนาง เขาคนเดียวย่อมรับมือคนสิบกว่าคนได้อย่างสบาย
สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือนางต้องปกป้องตนเอง ไม่เป็นภาระให้ผู้ใด
ชิงเถิงกับองครักษ์เหล่านั้นล้วนมีวิชาตัวเบาสูงส่ง นางเชื่อว่าพวกเขาจะไม่เป็นอะไรและหนีรอดไปได้อย่างราบรื่น
ราวครึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดเฝิงซู่ชิงก็หาถ้ำลับแห่งนั้นพบ นางหอบหายใจจนแทบขาดใจ
