——
วันรุ่งขึ้น ข่าวว่าฮูหยินแม่ทัพเหลือเวลาอีกไม่นานก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
ชาวบ้านนับไม่ถ้วนพากันมารวมตัวอยู่หน้าจวนแม่ทัพด้วยความสมัครใจ
หลายคนมีสีหน้าโศกเศร้า คุกเข่าลงกับพื้น อธิษฐานขอพรให้ฮูหยินแม่ทัพเงียบ ๆ
เสียงสวดมนต์ดังเป็นระลอก ทะลุผ่านกำแพงสูงเข้าสู่ห้องที่หลิวซื่อพักอยู่
นางนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ทั้งในและนอกห้องเต็มไปด้วยผู้คนที่คุกเข่า ศีรษะของทุกคนราวกับถูกปกคลุมด้วยเมฆหม่น... บ่าวไพร่หลายคนอดไม่ได้ที่จะสะอื้นไห้เสียงเบา
หยุนหลวนรู้สึกรำคาญ จึงโบกมือไล่บ่าวไพร่ทั้งหมดออกไป
ทั่วทั้งเรือนพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
หมอเทวดาหลู่กล่าวว่า มารดาป่วยหนักจนถึงขั้นหมดหนทางเยียวยาแล้ว
เขาไร้ความสามารถจะช่วยเหลือ!
นางต้องเตรียมจัดการเรื่องหลังความตาย
หลังกลับจากภูเขาถง หยุนหลวนก็สงบใจและสั่งพ่อบ้านให้จัดเตรียมทุกอย่างสำหรับพิธีศพ
นางเข้มแข็งกว่าที่ทุกคนคิดไว้มาก
หยุนเฟิงแทบทรุดลงหลายครั้ง ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา
ส่วนหยุนหลวน ตั้งแต่กลับมาถึงจวนแม่ทัพ นางกลับไม่มีน้ำตาไหลแม้แต่หยดเดียว
นางเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอด ตั้งแต่กลับมาเมื่อคืน หลิวซื่อก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย
ลมหายใจของนางอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
แทบจับชีพจรที่ข้อมือของหลิวซื่อไม่ได้แล้ว
หยุนหลวนไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน นางเพียงจ้องมองใบหน้าของหลิวซื่ออย่างเหม่อลอย
นางพร่ำเรียกมารดาครั้งแล้วครั้งเล่า
