“เหลียงเหวินคังมีใจเคียดแค้นบิดาของเจ้า เขาสาบานว่าจะกำจัดเสาหลักผู้ค้ำจุนหนันฉู ผู้ปกป้องชายแดนหนันฉูให้สิ้นไปตลอดชีวิต เพื่อคลายความหวาดระแวงที่เหลียงเหวินคังมีต่อข้า และให้เขาไว้วางใจข้าอย่างหมดใจ ข้าจึงเป็นฝ่ายเสนอแผน คิดกลอุบายถอนฟืนใต้กระทะ ยืมมือผู้อื่นสังหารคน พวกเราวางแผนกันมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้ว...”
อารมณ์ของหยุนหลวนดูจะพลุ่งพล่านขึ้นเล็กน้อย
นางกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำ จ้องเซิ่งกุยเขม็ง
“พวกเจ้าสู้บิดาข้าไม่ได้ จึงใช้วิธีสกปรกชั่วช้าเช่นนั้นเล่นงานท่าน บิดาข้าเป็นคนเที่ยงธรรมผ่าเผย ยามอยู่ในสนามรบก็ไร้ผู้ต้านทาน ไม่เคยพ่ายแพ้ ทว่าหากเป็นเรื่องหยั่งใจคน ท่านกลับสู้พวกเจ้าไม่ได้เลย”
เซิ่งกุยกลัวว่าหยุนหลวนจะตื่นเต้นเกินไปจนกระทบต่อทารกในครรภ์
เขาจึงถอนหายใจ มองหน้าท้องของหยุนหลวน พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ
“เด็กคนนี้ช่างมีพลังชีวิตแข็งแกร่งยิ่งนัก ทั้งที่ในกายเจ้ามีพิษกู่ เขากลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย นับว่าพบเห็นได้ยาก”
“เจ้าอย่าตื่นเต้นเกินไป เพื่อเด็กแล้ว จงรักษาสติและสงบใจไว้เถิด พวกเรานั่งลงแล้วค่อยพูดคุยกันให้ดี”
เขาหาที่นั่งลง สั่งให้คนยกชาและของว่างมา ก่อนจะเหลือบมองเฝิงอี้เป็นเชิงให้นางไปประคองหยุนหลวน
เฝิงอี้ลุกขึ้นทันที ประคองหยุนหลวนไปนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้าง ๆ
หยุนหลวนนั่งลง แล้วสูดลมหายใจลึก ๆ ซ้ำไปมา
นางกำหมัด คอยเตือนตนเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าต้องสงบใจ อย่าได้โกรธ
