เขาจำต้องตัดสายใยรักระหว่างคนทั้งสองให้ขาดสะบั้นโดยสิ้นเชิง
ไม่ยอมให้พวกนางมีความหวังแม้แต่น้อย
แต่เซียวกั๋วจ้างไหนเลยจะรู้ว่า แผนการและกลหมากทุกอย่างของเขา หยุนหลวนล่วงรู้จนหมดสิ้นแล้ว
นางจงใจล่อให้เขาวางหมาก จงใจก้าวเข้าไปในกระดาน กลายเป็นหมากตัวหนึ่งที่เขาคิดว่ากุมไว้ในมือได้แต่แรก
โจวชิงเหยียนหมดสติไปประมาณสองชั่วยาม หลังหมอพันแผลให้นางเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวมู่ป้อนยาต้มให้นางเล็กน้อย นางจึงค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา
หมอออกไปแล้ว เพื่อไปรายงานเซียวกั๋วจ้าง
ภายในห้องนี้จึงเหลือเพียงนายบ่าวสองคน
เมื่อโจวชิงเหยียนฟื้นขึ้นมา พลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหมดสติ นางก็คว้ามือเสี่ยวมู่อย่างร้อนรน ถามด้วยความกังวลว่า “เสี่ยวมู่ คุณชายหลวนอยู่ที่ใด เขาไม่เป็นไรใช่หรือไม่ บาดเจ็บหรือไม่”
เสี่ยวมู่มองโจวชิงเหยียนด้วยแววตาซับซ้อน “คนที่ควรรับลูกธนูแทนท่านควรเป็นบ่าว เหตุใดคุณหนูจึงพุ่งเข้าไปบังธนูให้คุณชายหลวน ท่านรู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้อันตรายเพียงใด”
สีหน้าโจวชิงเหยียนพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แววตานางวูบไหว ไม่กล้าสบตาเสี่ยวมู่แม้แต่น้อย
“ข้า... ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าจะมีคนลอบยิงธนู ข้า... เพียงสมองว่างเปล่า จู่ ๆ ก็ทำเรื่องเช่นนั้นลงไป”
ดวงตาเสี่ยวมู่แดงก่ำ เสียงของนางเจือสะอื้นโดยไม่รู้ตัว
“คุณหนู ที่จริงท่านมิได้เป็นห่วงชีวิตบ่าวใช่หรือไม่ ท่านพุ่งเข้าไปโดยไม่คำนึงถึงอันตรายทั้งปวง ก็เพื่อปกป้องคุณชายหลวน”
