เซียวถิงเยี่ยนเฝ้าอยู่ข้างกายหยุนหลวนมาตลอด เขากลัวว่านางจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เขาก้าวเข้าไปทันที ยื่นมือประคองร่างนางไว้
“อาหลวน เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
หยุนหลวนยิ้มให้เซียวถิงเยี่ยนอย่างโล่งใจ “อาเยี่ยน ข้าเหนื่อยแล้ว”
ก้อนหินหนักอึ้งในใจพลันแตกสลาย นางเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
นางเพียงอยากนอนหลับให้เต็มตาสักครา
“หากเหนื่อยก็หลับตาพักเถิด อย่ากลัวไปเลย ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ!” เซียวถิงเยี่ยนกอดนางแน่น น้ำเสียงสะอึกสะอื้นเล็กน้อย
ดวงตาหยุนหลวนเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา “อาเยี่ยน ขอบคุณเจ้า ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างข้าเงียบ ๆ มาโดยตลอด หากไม่มีเจ้า ข้าคงประคองตัวต่อไปไม่ไหวแล้ว”
“ในที่สุด ข้าก็ได้นอนหลับอย่างสงบเสียที”
กล่าวจบ นางก็ค่อย ๆ หลับตาลง
ลมหายใจของนางจากหนักหน่วงค่อย ๆ แผ่วเบาลง
เซียวถิงเยี่ยนรู้ว่านางหลับไปแล้ว
นางหลับได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ย่อมจินตนาการได้ว่านางเหนื่อยล้าเพียงใด
ความเหนื่อยล้านี้มิได้มีเพียงทางกาย หากยังเป็นความเหนื่อยล้าทางใจด้วย
เซียวถิงเยี่ยนปวดใจยิ่งนัก เขาช้อนร่างหยุนหลวนขึ้นอุ้มแนบอก
เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากที่เปื้อนคราบเลือดของนางแผ่วเบา
จากนั้นจึงก้าวออกจากประตูตำหนักอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าหนักอึ้งยิ่งนัก
แท้จริงแล้ว คืนนั้นเหลียงอวี่หวงเฝ้าอยู่ด้านนอกมาตลอดเช่นกัน
ในเวลาเช่นนี้ เขาจะข่มตาหลับอย่างวางใจได้อย่างไร?
