ไต้เยว่ยังไม่ทันได้ตอบ ชานเยว่ก็อดไม่ไหว ตวาดปฏิเสธออกมา “ไม่ ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้สั่งให้นางทำเช่นนั้น พี่รัชทายาท ทั้งหมดเป็นไต้เยว่ตัดสินใจเอง...”
ไต้เยว่หัวเราะเย็นชา พลันขัดคำพูดของชานเยว่
“เซิ่งหนี่ว์ เป็นข้าตัดสินใจเองจริงหรือ? มิใช่ท่านตั้งแต่แรกที่จับครอบครัวข้ามาข่มขู่ บังคับให้ข้าวางยาคุณหนูเสี่ยวหยุนหรือ?”
“พูดไปแล้ว ยาพิษนี้เซิ่งหนี่ว์เป็นผู้มอบให้ข้าเอง ท่านคิดว่าเพียงพูดว่าไม่ใช่ฝีมือตนก็จะปัดความผิดพ้นหรือ? ชานเยว่ ข้าทนท่านมานานแสนนานแล้ว ท่านรู้หรือไม่?”
ใบหน้าชานเยว่ซีดเผือด นางกัดฟันจ้องไต้เยว่ แล้วกล่าวตำหนิเสียงต่ำทีละคำ “สารเลว กล้ากล่าวหาข้าอย่างส่งเดช เจ้าสมควรตาย...”
“ในเมื่อเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็ไปตายเสีย!”
นางฉวยจังหวะที่เฉิงเฟิงเผลอผลักเขาออก แล้วพุ่งเข้าใส่ไต้เยว่อย่างรวดเร็ว
ไต้เยว่คุกเข่าอยู่บนพื้น มิได้ขยับเขยื้อน
นางมองชานเยว่พุ่งเข้ามาหาตน ก่อนจะสาดผงยาบางอย่างใส่ใบหน้า
นางไม่หลบเลี่ยง คล้ายกำลังต้อนรับความตายของตน
นางค่อย ๆ หลับตาลง
ผงยาจำนวนมากถูกสูดเข้าไปทางจมูก
เฉิงเฟิงตะลึงงัน เขารีบวิ่งเข้าไปคิดจะห้ามชานเยว่ ทว่าน่าเสียดายที่ตอบสนองช้าเกินไป ทุกอย่างสายเกินแก้แล้ว
เหลียงอวี่หวงหรี่ตาลงเล็กน้อย มองภาพตรงหน้าอย่างเย็นชา
ชานเยว่ตั้งหลักได้ แล้วมองไต้เยว่จากเบื้องบน “กล้าทรยศข้า ข้าจะทำให้เจ้าทรมานจนอยากตายแต่ก็ตายไม่ได้ ยาพิษนี้ไม่ทำให้เจ้าสิ้นใจในทันที ภายในสามวันต่อจากนี้ เจ้าจะลิ้มรสความเจ็บปวด ถูกทรมานทีละน้อยจนตาย”
