เขาชักดาบฟันฉับ สังหารบ่าวรับใช้เหล่านั้นจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
ชั่วพริบตา กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกก็อบอวลไปทั่วห้อง
ร่างของหยุนเซิ่นเองก็เปื้อนเลือดอยู่ไม่น้อย
เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรังเกียจ ก่อนค้นหาเสื้อผ้าชุดใหม่จากตู้เสื้อผ้า จากนั้นจึงเช็ดเลือดบนกระบี่ให้สะอาด แล้วเหยียบผ่านซากศพของคนเหล่านั้น ก้าวออกจากห้องไปทีละก้าว
ทางด้านองค์หญิงหนีหวงกำลังแช่น้ำอย่างอารมณ์เบิกบานอยู่ในอ่าง นางตั้งใจให้คนไปหาน้ำนมมาถังหนึ่งแล้วเทลงในอ่าง ทั้งยังเด็ดกลีบกุหลาบสีสดมาหลายดอก
สายน้ำนมสีขาวนวลปกคลุมผิวพรรณดุจหยกของนาง
นางยกแขนข้างหนึ่งขึ้น ภายใต้แสงไฟสลัว ผิวเนียนนุ่มขาวผ่องราวไข่มุกเปล่งประกายเย้ายวน
หลังอาบน้ำเสร็จ นางก้าวออกจากอ่าง
เหล่านางกำนัลเข้ามาช่วยสวมเอี๊ยมสีแดงกุหลาบให้ บนเอี๊ยมปักลายดอกไป่เหอไว้หนึ่งดอก ยิ่งขับให้ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหิมะ งดงามเย้ายวนอย่างที่สุด
องค์หญิงหนีหวงนั่งตัวตรงอยู่หน้ากระจกทองแดง ยกนิ้วขึ้นลูบไล้เค้าโครงใบหน้าที่งามราวบุปผาของตนเบา ๆ
นางทอดถอนใจอย่างพึงพอใจยิ่ง
“รูปโฉมเช่นข้า บุรุษคนใดได้พบเห็นแล้วจะไม่หวั่นไหว?”
“หยุนเซิ่นก็แค่ปากแข็งเท่านั้น ขอเพียงเขาได้ลิ้มรสของข้า เขาย่อมหลงใหลข้าเป็นแน่”
แววตาของนางเปี่ยมด้วยความคาดหวัง รอคอยการมาถึงของหยุนเซิ่น
ราวหนึ่งก้านธูปผ่านไป ในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านนอก
ดวงตาขององค์หญิงหนีหวงเป็นประกาย นางยกยิ้มที่มุมปาก
