นางกรีดร้องร่ำไห้จนเสียงแหบพร่า ใครจะรู้ว่าในยามที่เท้าทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู กลับถูกนางกำนัลผู้นั้นขวางทางไว้
เซียวไต้ตาแดงก่ำ จ้องนางกำนัลเขม็ง “ไสหัวไป...อย่ามาขวางทางข้า”
นางกำนัลยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
นางก้มกายลงเล็กน้อย “ฝ่าบาทเพิ่งมีรับสั่งว่าไม่ให้เหนียงเหนียงก้าวออกจากตำหนักเย็นแม้แต่ก้าวเดียว ขอเหนียงเหนียงโปรดสำรวมตนด้วย”
เซียวไต้โกรธจนแทบกระอักโลหิต ยกมือขึ้นหมายจะตบแก้มนางกำนัล
นางกำนัลคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ก่อนยิ้มเย็นชาให้เซียวไต้ “ยังคิดจะลงมือกับบ่าวอีกหรือ ฮึ เจ้ายังคิดว่าตนเป็นฮองเฮาผู้สูงส่งคนเดิม ผู้ที่เหยียบย่ำชีวิตเหล่านางกำนัลได้ตามอำเภอใจ ราวกับพวกนางเป็นเพียงมดปลวกกระนั้นหรือ?”
“ยามนี้เจ้าเป็นเพียงสนมเซียว ผู้มีบาปติดกาย ถูกส่งเข้าตำหนักเย็น ไร้ซึ่งความโปรดปราน ชีวิตต่อจากนี้จะสุขสบายหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้า ยังคิดจะตบข้าอีกหรือ? ฮึ ช่างโง่เขลาสิ้นดี”
กล่าวจบ นางก็สะบัดแขนเซียวไต้ทิ้งอย่างแรง
เซียวไต้ถูกผลักจนร่างทั้งร่างล้มกระแทกพื้นตำหนักอย่างแรง
อา! เซียวไต้ล้มลงกับพื้น ข้อศอกและหัวเข่าถลอกจนมีเลือดซึมออกมา
นางมองนางกำนัลอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงสั่นเครือขณะกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “เจ้ากล้าลงมือกับเปิ่นกงหรือ? ไม่อยากมีชีวิตแล้วใช่หรือไม่?”
นางกำนัลยกมุมปากยิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
