เฝิงซู่ชิงอึดอัดใจจนแทบทนไม่ไหว ชั่วขณะหนึ่งนางไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเหลียงอวี่หวงอย่างไร
ความคิดของนางสับสนวุ่นวายยิ่งนัก จึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ
หลังชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย นางก็ให้หมอหลวงเข้ามาตรวจชีพจร
ครึ่งเค่อให้หลัง หมอหลวงก็ตรวจชีพจรเสร็จ
เขายิ้มพลางรายงานว่า “พระวรกายของฮองเฮาแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาแม้แต่น้อยพ่ะย่ะค่ะ”
เฝิงซู่ชิงเม้มริมฝีปากยิ้มน้อย ๆ แล้วชักแขนกลับ นางย่อมรู้ดีว่าร่างกายตนเป็นอย่างไร
เหลียงอวี่หวงส่งหมอหลวงมา คงเพื่อพิสูจน์คำพูดที่นางกล่าวเมื่อยามเที่ยง หากหมอหลวงกลับไปรายงานว่าร่างกายของนางไม่มีปัญหา เหลียงอวี่หวงคงกริ้วเป็นแน่กระมัง
แม้เฝิงซู่ชิงไม่ปรารถนาจะขัดแย้งกับเขาแม้แต่น้อย แต่นางก็ไม่อยากปล่อยให้ทุกอย่างคลุมเครือเช่นนี้ แล้วร่วมเรียงเคียงหมอนกับเขา ให้กำเนิดบุตรธิดาแก่เขา
นางทนได้ที่เขาไม่รักและไม่ชอบตน
แต่เมื่อลึก ๆ ในใจเขายังคิดถึงผู้อื่น นางไม่อาจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาได้
ในใจนางยังคงเก็บความฝันอันบริสุทธิ์งดงามเอาไว้เสมอ นางคิดอยู่ตลอดว่า มีเพียงคนสองคนที่รักกันเท่านั้น จึงจะสัมผัสได้ถึงความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวอย่างแท้จริง
——
หลังเหลียงอวี่หวงออกจากตำหนักหย่งฝู ในใจก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมาเล็กน้อย
ยามอ่านฎีกา ในหัวของเขามีแต่คำพูดของเฝิงซู่ชิง...ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
เขาวางฎีกาลง ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ แล้วเรียกเฉิงซื่อเข้ามาทันที สั่งให้ไปตามหมอหลวงคนหนึ่งไปยังตำหนักหย่งฝู
