“เพราะเพลิงโหมรุนแรงเกินไป กระโจมจึงถูกเผาจนพังถล่มลงมา เคราะห์ร้ายที่เสิ่นฉงซานถูกทับอยู่ข้างใต้พอดี ตอนที่หูอวี่กับคนอื่น ๆ เข้าไปดับไฟ ร่างของเสิ่นฉงซานก็ถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียมแล้ว... ทว่าในระหว่างนั้น มีสตรีผู้หนึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตาตนเอง”
“หากองค์รัชทายาททรงต้องการทราบความจริง ก็ทรงสอบถามสตรีผู้นั้นได้พ่ะย่ะค่ะ...”
สีหน้าของเหลียงอวี่หวงพลันย่ำแย่ลง
เขาถามทีละคำว่า “พบพิษที่เสิ่นฉงซานคิดค้นขึ้นหรือไม่?”
เฉิงเฟิงส่ายหน้าช้า ๆ “หูอวี่กับคนอื่น ๆ ค้นกระโจมจนแทบพลิกแผ่นดิน ก็ยังไม่พบพิษพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคาดว่าพิษนั้นอาจถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับเสิ่นฉงซานแล้ว”
เหลียงอวี่หวงพยายามข่มใจให้สงบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้แผนการของเขาปั่นป่วนไปหมด เมื่อเสิ่นฉงซานตาย พิษที่เขาคิดค้นขึ้นก็หมดประโยชน์
เช่นนั้น การยึดเมืองเฟิ่งก็ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก
เมื่อนึกถึงแรงกดดันที่พระบิดาทรงส่งมาในจดหมาย เขาก็อดกระวนกระวายใจมิได้
“ไปเถิด เปิ่นไท่จื่อจะไปดูสถานการณ์”
เหลียงอวี่หวงไปหาเซียวเสวียนรุ่ยก่อน ตอนที่เขาไปถึง เซียวเสวียนรุ่ยเพิ่งฟื้นขึ้นมา พอลืมตาก็เห็นเหลียงอวี่หวงนั่งอยู่ข้างเตียง จึงชะงักงันไปเล็กน้อย
“องค์รัชทายาท? เหตุใดจึงเสด็จมาที่นี่?”
“เสิ่นฉงซานตายแล้ว เจ้ารู้หรือไม่?” เหลียงอวี่หวงมีสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยถามเสียงต่ำ
เซียวเสวียนรุ่ยชะงัก เขามองเหลียงอวี่หวงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
