ผิงเอ๋อร์กุมแก้ม ร้องไห้ฟูมฟายอย่างเสียสติ “เหนียงเหนียงสิ้นพระชนม์อย่างน่าเวทนายิ่งนัก ถึงกับถูกวางยาพิษกระเรียนแดง... ยาพิษกระเรียนแดงนี้ร้ายแรงเพียงใดกัน เหตุใดเหนียงเหนียงจึงทรมานถึงเพียงนั้นยามถูกพิษ ทั้งยังสิ้นพระชนม์อย่างรวดเร็ว ผู้ที่วางยาพิษเหนียงเหนียงช่างมีจิตใจชั่วร้ายยิ่งนัก”
“ฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงให้ความเป็นธรรมแก่กุ้ยผินเหนียงเหนียงของพวกเราด้วยเพคะ”
เหลียงอวี่หวงขมวดคิ้ว ก่อนทอดพระเนตรไปยังหมอเทวดาหลู่ กำลังจะตรัสบางอย่าง
หมอเทวดาหลู่ก็เอ่ยขึ้นก่อน กล่าวต่อว่า “ทว่า ข้าไม่พบพิษกระเรียนแดงในถ้วยรังนกนั้น”
สิ้นคำ ทุกคนในที่นั้นต่างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
แววตาผิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง นางหยุดร้องไห้แล้วหันไปมองหมอเทวดาหลู่ด้วยความตกใจ ก่อนตะโกนเสียงแหลมทันทีว่า “ไม่ ไม่จริง! ในรังนกจะไม่มีพิษได้อย่างไร? เหนียงเหนียงของพวกเราดื่มรังนกเข้าไป จึงมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดจนสิ้นพระชนม์”
“หมอเทวดาหลู่ ท่านตรวจผิดหรือไม่?”
หมอเทวดาหลู่หัวเราะเย็นชา สายตาสงบนิ่งจับจ้องผิงเอ๋อร์ “เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ หากข้ายังตรวจไม่พบ ก็ไม่คู่ควรกับคำว่าหมอเทวดาแล้ว”
“อย่างไรเล่า เจ้าคิดว่าข้าจะยอมเสียชื่อเสียงเพื่อกล่าวเท็จเช่นนี้หรือ? รองหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ข้ามีเหตุจำเป็นอันใดต้องเสี่ยงกล่าวเท็จด้วย?”
ผิงเอ๋อร์เหลือบมองโจวอี้อย่างลังเล นางค่อย ๆ ก้มหน้าลง ไหล่สั่นระริกพลางสะอื้นเสียงเบา “เป็นไปได้อย่างไร? ในรังนกจะไม่มีพิษได้อย่างไร? ข้าไม่เชื่อ...”
