สือชิงเหยียนส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร เจ้าออกไปก่อน หากข้าไม่อนุญาต ห้ามผู้ใดเข้ามาเด็ดขาด”
องครักษ์ขานรับเสียงเบา “พ่ะย่ะค่ะ บ่าวน้อมรับคำสั่ง”
แววตาของชานเยว่ฉายความร้อนใจ นางเข้าไปตรวจดูอาการของเหลียงอวี่หวง
นางกับสือชิงเหยียนถึงขั้นขัดแย้งกันรุนแรงเพียงนี้แล้ว ทว่าเขากลับยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
นางยกแขนที่สั่นเทาขึ้น หมายจะแตะต้องเหลียงอวี่หวง
ทันใดนั้น เหลียงอวี่หวงกุมศีรษะ พลางครางเสียงต่ำด้วยความเจ็บปวดอย่างยิ่ง “เจ็บ... ปวดหัวเหลือเกิน”
หัวใจของชานเยว่กระตุกวูบอย่างรุนแรง
เหลียงอวี่หวงเงยหน้าขึ้นในจังหวะนั้น... ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำ เขามองชานเยว่ด้วยสีหน้าเจ็บปวดอย่างยิ่ง
“ยา... เอายามาให้ข้า ข้าเจ็บเหลือเกิน”
ชานเยว่ขมวดคิ้วแน่น อยู่ดี ๆ เหตุใดเขาจึงปวดศีรษะขึ้นมา?
นางไม่ได้กระตุ้นหนอนกู่เสียหน่อย
หนอนกู่ยังไม่ตื่นขึ้นมา แล้วเขาจะปวดศีรษะได้อย่างไร?
ชานเยว่คิดไม่ออกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเหตุใด
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเหลียงอวี่หวงกลับดังขึ้นเรื่อย ๆ
แววตาของสือชิงเหยียนเต็มไปด้วยความปวดใจ นางคว้าข้อมือชานเยว่ไว้ “เจ้ายังยืนนิ่งทำอันใด? ไม่ได้ยินหรือว่ารัชทายาทกำลังร้องว่าเจ็บ?”
“ชานเยว่ เอายาถอนพิษให้เขาสิ ให้เขากินยาเสีย...”
ทว่าชานเยว่กลับค่อย ๆ สงบใจลง
นางสะบัดมือสือชิงเหยียนออก แล้วเตือนเสียงต่ำ “ให้ยาถอนพิษเขาหรือ? สือชิงเหยียน อย่าลืมว่าบิดาของเจ้าส่งเจ้ามาทำภารกิจใด”
สีหน้าของสือชิงเหยียนพลันซีดเผือด
