“ระหว่างเราสองคนเป็นพันธมิตรกันมาแต่แรก ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เจ้าให้ความช่วยเหลือเปิ่นกง เปิ่นกงก็ช่วยเหลือเจ้า เจ้าไม่ได้เสียเปรียบ และเปิ่นกงก็ไม่ได้เอาเปรียบเจ้าโดยเปล่าประโยชน์ ชานเยว่ ผู้ที่ไม่รู้จักมองสถานการณ์และไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเรามาโดยตลอดก็คือตัวเจ้าเอง เจ้าอาศัยว่าเป็นคนของเผ่าอู๋กู่ จึงเข้ามาก้าวก่ายเรื่องของเปิ่นกงครั้งแล้วครั้งเล่า”
“ที่ผ่านมาเปิ่นกงอดทนต่อเจ้ามาโดยตลอด แต่เจ้าไม่เพียงไม่รู้จักยับยั้ง กลับยิ่งทำเกินเลย เรื่องนี้เปิ่นกงไม่ได้ติดค้างสิ่งใดเจ้า เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาก้าวก่ายเรื่องความรักของเปิ่นกง หนี้ต้องชดใช้ คนทำให้ผู้อื่นตายต้องชดใช้ด้วยชีวิต ในเมื่อเจ้าทำร้ายเสี่ยวหยุน เจ้าก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต”
ชานเยว่ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง คำพูดของเหลียงอวี่หวงดุจคมมีดนับพันเล่ม ทิ่มแทงหัวใจนางอย่างโหดเหี้ยม
ภายในใจของนาง บัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผล
นางเคยนึกว่าเหลียงอวี่หวงเพียงมีใจชื่นชอบเสี่ยวหยุนอยู่บ้างเท่านั้น ใครจะคาดคิดว่าเขาถึงกับคิดเอาชีวิตนางเพื่อเสี่ยวหยุน
เมื่อชานเยว่เห็นความเย็นชาและจิตสังหารในดวงตาของเหลียงอวี่หวง นางก็พลันตื่นตระหนก
เมื่อเทียบกับชีวิตและศักดิ์ศรี นางย่อมเลือกชีวิตโดยไม่ลังเล
หากสิ้นชีวิต ทุกสิ่งก็จบสิ้น
ยามนี้นางจึงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ และสัมผัสได้ถึงความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง
นางมีสีหน้าหวาดผวา ร่ำไห้คุกเข่าลงกับพื้น ก่อนใช้เข่าคืบคลานไปหาเหลียงอวี่หวง “องค์ชาย หม่อมฉัน…หม่อมฉันรู้ตัวว่าผิด เป็นหม่อมฉันที่ไม่รู้จักประมาณตน ล่วงเกินขีดจำกัดของพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นหม่อมฉันที่ทำเกินไป”
