ดวงตาของเขาแดงก่ำ ในใจมีอารมณ์นับหมื่นพันปั่นป่วนซ่อนเร้น
เขาไม่เคยคิดเลยว่า บุตรสาวผู้ทะเยอทะยานสูงส่งดุจฟ้า จะจากไปอย่างเงียบงันเช่นนี้
ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ฟู่จืออวี้ไปมากมายเพียงใด นางยังไม่ทันตอบแทนตระกูลฟู่ กลับต้องมาสิ้นชีวิตไปง่ายๆ เช่นนี้หรือ
ก่อนเข้าวัง นางให้คำมั่นกับเขาไว้อย่างไร
นางบอกว่าจะได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาท จะทำให้วงศ์ตระกูลรุ่งโรจน์ และช่วยให้ตระกูลฟู่ทะยานสูงขึ้นไป
คำสาบานที่นางให้ไว้อย่างหนักแน่น เพิ่งผ่านไปนานเท่าใดกัน
เพิ่งเข้าวังได้วันสองวัน นางก็สิ้นใจเสียแล้วหรือ
ฟู่เหวินเซิงเดือดดาลถึงขีดสุด เขาขว้างถ้วยชาในมือออกไปอย่างแรง
ในอกอัดแน่นด้วยโทสะ ยามนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรระบายมันออกมาอย่างไร
ไร้ประโยชน์! มีแต่พวกโง่เขลาที่ไร้ค่า!
เหตุใดเขาจึงมีบุตรสาวโง่งมเช่นนี้
เสียงร้องไห้ฟูมฟายปานเสียสติของฮูหยินฟู่ดังมาจากด้านนอก
นางผลักบ่าวที่ขวางทาง ก่อนโซเซถลาเข้ามาในโถง
ดวงตาของนางแดงก่ำอย่างหนัก นางกรีดร้องพลางร่ำไห้ “ฟู่เหวินเซิง บอกข้าสิว่าทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง อวี้เอ๋อร์ยังไม่ตาย...นางยังมีชีวิตอยู่ดี...บัดนี้นางได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทแล้ว ทั้งยังกลายเป็นพระสนมที่ฝ่าบาทโปรดปรานที่สุด”
นางถลาเข้าไปหาฟู่เหวินเซิง คว้าคอเสื้อเขาไว้ พลางร่ำไห้คร่ำครวญราวกับหัวใจแตกสลาย
ฟู่เหวินเซิงกำลังหงุดหงิดใจ เขาผลักฮูหยินฟู่ออกไปอย่างแรง “นี่คือบุตรสาวแสนดีที่เจ้าสั่งสอนมาตลอดหลายปี มอบความหวังให้ข้ามากมาย จนข้าคิดว่านางมีความสามารถเพียงใด ใครจะคิดว่านางจะโง่งมถึงเพียงนี้ กล้าปีนขึ้นเตียงฝ่าบาทได้อย่างไร”
