เหลียงอวี่หวงแย้มยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก แววตาสงบนิ่งจับจ้องเซียวเสวียนรุ่ย
“องค์ชายรองช่างมั่นใจนัก ทว่าเท่าที่กระหม่อมทราบ คู่หมั้นของหยุนหลวนในยามนี้คือเซียวถิงเยี่ยน รูปโฉมของเขาดูจะเหนือกว่าองค์ชายอยู่หลายส่วน นางเคยชอบองค์ชายมาก่อนก็จริง แต่หากต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่รูปงามกว่าองค์ชาย ไม่แน่ว่านางอาจเปลี่ยนใจไปชอบผู้อื่นก็ได้ ยิ่งกว่านั้น องค์ชายยังทำให้บิดาของนางต้องตาย ทั้งยังทำให้กองทัพตระกูลหยุนเก้าหมื่นนายต้องสิ้นชีพ ความแค้นใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ องค์ชายแน่ใจหรือว่านางยังมีใจให้พระองค์อยู่?”
ถ้อยคำของเหลียงอวี่หวงนับว่าอ้อมค้อมอย่างยิ่งแล้ว
แทบจะพูดตรง ๆ กับเซียวเสวียนรุ่ยว่า อย่าหน้าหนา อย่าหลงตัวเอง อย่าคิดว่าตนสูงส่งเหนือผู้ใด มิฉะนั้นคงถูกตบหน้าจนชา…
เขากระจ่างแล้วว่า เหตุที่เซียวเสวียนรุ่ยตกต่ำถึงเพียงนี้ ก็เพราะหยิ่งผยองทะนงตนเกินไป และถือว่าตนเองสำคัญนักหนา
อันที่จริง เหลียงอวี่หวงดูแคลนคนเช่นเซียวเสวียนรุ่ยจากใจจริง
คนที่เขานับถือที่สุดคือเซียวถิงเยี่ยน
สำหรับเขา มีเพียงเซียวถิงเยี่ยนเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอจะทัดเทียมกับเขา คนอย่างเซียวเสวียนรุ่ยโง่เขลาถึงที่สุด ไม่คู่ควรแม้แต่จะยกเท้าให้เขาสวมรองเท้า
หากมิใช่เพราะเห็นว่าเซียวเสวียนรุ่ยยังพอมีประโยชน์ เขาคงไม่ปล่อยให้ชานเยว่ช่วยชีวิตอีกฝ่ายไว้
เหลียงอวี่หวงกล่าวจบก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบหลายครั้ง โดยไม่สนใจสีหน้าของเซียวเสวียนรุ่ยเลยสักนิดว่าดำคล้ำลงเพียงใดเพราะคำพูดของตน
