เฮยอี้รับบัญชาแล้วจากไป เขาลงมือรวดเร็วยิ่ง ใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็จับกุมผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในรายชื่อได้ทั้งหมด
เขานำคนเหล่านั้นไปขังไว้ในคุกใต้ดิน ใกล้กับเฮ่อจง
เมื่อคนเหล่านั้นเห็นเฮ่อจง ไหนเลยจะยังไม่เข้าใจ ต่างพากันเดือดดาลจนสบถด่าทอเขาอย่างไม่ไว้หน้า
“เฮ่อจง เป็นเจ้าที่แจ้งข่าวและเปิดโปงพวกเราใช่หรือไม่?”
“เจ้านี่มันเดรัจฉานอกตัญญูจริง ๆ ถึงกับขายนายของตนเช่นนี้... เฮ่อจง เจ้ามันไอ้ขี้ขลาด ไอ้ขี้แพ้”
“ก็แค่ทัณฑ์ทรมานไม่กี่อย่าง เจ้ายังทนไม่ไหว ถึงกับสารภาพและซัดทอดพวกเรา... ถุย ไอ้คนไร้ศักดิ์ศรี ไอ้ขี้ขลาด”
เฮ่อจงนั่งอยู่บนพื้น หลับตาฟังคำด่าทอและเยาะเย้ยของพวกเขา
เขาอดยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยันตนเองไม่ได้
“ไม่ผิด ข้าเป็นคนขี้ขลาด เป็นคนไร้ประโยชน์จริง ๆ”
“แต่พวกเจ้ามั่นใจหรือว่าจะทนทัณฑ์ทรมานเหล่านั้นไหว? รอดูเสียก่อนว่าพวกเจ้าจะทนโทษทัณฑ์ได้นานเพียงใด บางทีพวกเจ้าอาจทนได้ไม่เท่าข้าด้วยซ้ำ”
“อย่างน้อยข้าก็เพียงบอกชื่อพวกเจ้าไม่กี่คน บางทีพวกเจ้าอาจซัดทอดคนมากกว่าข้าเสียอีก?”
คนเหล่านั้นตบอก รับรองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ต่อให้ต้องตาย พวกเราก็ไม่มีวันก้มหัวอย่างเจ้า...”
“ใช่แล้ว พวกเราไม่เหมือนเจ้า”
“เฮ่อจง อย่าหาข้ออ้างให้ความขลาดเขลาของตน พวกเราไม่ใช่พวกเดียวกับเจ้า”
เฮ่อจงยกมุมปากยิ้ม “ดี เช่นนั้นข้าจะคอยดู”
เขาอยากเห็นนักว่ากระดูกสันหลังของพวกนั้นจะแข็งสักเพียงใด จะทนความเจ็บปวดจากโทษทัณฑ์นี้ไหวหรือไม่
