เหลียงอวี่หวงย่อมสังเกตเห็นสีหน้าเย็นชาที่เซียวถิงเยี่ยนแสดงออกต่อเขาอย่างไม่พอใจตั้งแต่แรก ดูท่าเขาคงเข้ามาขัดจังหวะเรื่องดี ๆ ของคนทั้งสองเสียแล้ว
ชั่วขณะหนึ่งเขาจึงทำตัวไม่ถูก
หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย
เขาลุกขึ้นอย่างเลื่อนลอย ประสานมือค้อมกายคำนับเซียวถิงเยี่ยน “ขอบพระทัยเยี่ยนอ๋องที่วางแผนการอยู่เบื้องหลัง หากมิใช่เช่นนั้น ข้าคงพลิกสถานการณ์จากพ่ายแพ้กลับมามีชัยไม่ได้”
หากมิใช่เพราะเซียวถิงเยี่ยนกับหยุนหลวน เกรงว่าบัดนี้เขาคงถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก
ในใจเขาซาบซึ้งต่อความช่วยเหลือของทั้งสองอย่างแท้จริง
เซียวถิงเยี่ยนเห็นท่าทีของเขาจริงใจอยู่ไม่น้อย จึงไม่ได้หาเรื่องเหลียงอวี่หวงต่อ
หยุนหลวนเห็นสีหน้าของเหลียงอวี่หวงไม่ค่อยดีนัก จึงแสร้งถามราวกับไม่ใส่ใจ “องค์รัชทายาทเป็นอะไรไปหรือ? เหตุใดสีหน้าจึงซีดถึงเพียงนี้ ร่างกายไม่สบายหรือ?”
เหลียงอวี่หวงรีบส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร...”
เขาหลุบตาลง ชั่วขณะนั้นกลับไม่รู้ว่าควรกล่าวสิ่งใดต่อ
ในหัวของเขามีแต่ใบหน้างดงามของหยุนหลวนที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เส้นผมยุ่งกระเซิง... รวมถึงปกเสื้อที่ปิดมิดชิด
ยามนี้สำหรับเขา ราวกับถูกเปลวเพลิงแผดเผา
เขาทนอยู่ต่อไปไม่ไหว
“ข้ามาเพื่อถามเรื่องหนีหวง... เมื่อได้คำตอบแล้ว ข้าก็ไม่รบกวนพวกท่าน ขอตัวก่อน”
กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้น
