ฟู่หมิงเจาโกรธจนกัดฟันกรอด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนขมับ
เฝิงซู่ชิง นางมีสิทธิ์อันใด มีสิทธิ์อันใดมาปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ เมินเฉยต่อเขาเช่นนี้?
ก็แค่สตรีคนหนึ่งมิใช่หรือ?
หากเขาชอบนาง ก็แค่ใช้กำลังกับนางเสีย เหตุใดต้องเสียเวลาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษกับนางด้วย?
เห็นได้ชัดว่านางไม่ชอบความเป็นสุภาพบุรุษเช่นนั้น
เช่นนั้นเขาก็ควรทำให้นางเห็นด้านที่แข็งกร้าวและห้าวหาญของตน เขาไม่เชื่อหรอกว่า ฟู่หมิงเจาผู้นี้เป็นชายชาตรีแท้ ๆ จะสยบสตรีอ่อนแอคนหนึ่งไม่ได้!
ขอเพียงได้ตัวนาง ได้เรือนกายของนาง เขาไม่เชื่อว่านางจะยังวางท่าสูงส่ง ประหนึ่งสตรีผู้รักนวลสงวนตัว แล้วดูแคลนและเมินเฉยต่อเขาเช่นนี้ได้อีก
น้องสาวพูดถูก
บางครั้งเขาจะโง่งมย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ ยามจำเป็นก็ต้องลองใช้วิธีการบางอย่างที่ไม่ธรรมดา จึงจะได้สิ่งที่ตนต้องการมา
บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ย่อมไม่ยึดถือความเมตตา หากเขาไม่เหี้ยมให้มากกว่านี้ เกรงว่าเฝิงซู่ชิงคงไม่มีวันเห็นเขาอยู่ในสายตา
ประกายไฟค่อย ๆ ปะทุขึ้นในดวงตาของฟู่หมิงเจา
เขาจับจ้องเงาร่างของเฝิงซู่ชิง ราวกับจะเผานางทั้งคนให้มอดไหม้ได้
——
เฝิงซู่ชิงไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน
นางเดินออกจากหอสุรา
ลมหนาวจากด้านนอกพัดผ่านร่างนางแผ่วเบา
นางไม่เพียงไม่รู้สึกหนาว ทว่ากลับมีความร้อนรุ่มสายหนึ่งแล่นพลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย
เฝิงซู่ชิงขมวดคิ้ว ลางสังหรณ์ไม่ดีพลันผุดขึ้นในใจ
นางมิใช่เด็กสาวที่ไม่รู้ความ แม้ไม่เคยประสบความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่ก็เคยได้ยินมาบ้าง
สีหน้าของนางพลันเคร่งขรึมลง
ชาถ้วยนั้น เกรงว่าจะถูกวางยาเสียแล้ว
หัวใจของเฝิงซู่ชิงเย็นวาบไปกว่าครึ่ง
นางกำหมัดแน่น ในอกเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบหลั่งเลือด ท่านแม่ ท่านเกลียดนางถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ถึงกับร่วมมือกับคนนอกเพื่อวางยานาง?
