“เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่เป็นความจริง เจ้าเป็นบุตรที่ข้าอุ้มท้องสิบเดือน กว่าจะคลอดออกมาอย่างยากลำบาก เจ้าเกลียดชังข้าได้ แต่จะปฏิเสธความทุกข์ยากและความเจ็บปวดที่ข้าในฐานะมารดาต้องเผชิญเพื่อเจ้าไม่ได้”
เซียวไต้กล่าว พลางมีน้ำตาคลอเต็มสองตา
นางร่ำไห้อย่างเจ็บปวด “หนีหวง ข้ารู้ว่าในใจเจ้ายังไม่ยอมให้อภัยข้า ยังคงเกลียดชังและโทษข้า ถึงขั้นหวังว่าตนเองจะไม่ใช่บุตรสาวของข้าอย่างนั้นหรือ?”
“เฮ้อ ข้าเป็นคนล้มเหลวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? พระบิดาของเจ้ามิไยดีต่อความผูกพันครั้งเก่า ส่งข้าเข้าตำหนักเย็น ทั้งยังไร้เยื่อใย ผิดต่อความรักลึกซึ้งที่ข้ามีให้ บัดนี้เจ้ายังปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้อีก พวกเจ้าคิดจะบีบให้ข้าตายทีละคนหรือ?”
เหลียงหนีหวงเม้มปาก ยิ้มบาง ๆ
คำพูดเมื่อครู่นี้เป็นเพียงการหยั่งเชิงเซียวไต้เท่านั้น
ความจริงแล้วนางไม่มีหลักฐานใดมายืนยันว่าตนไม่ใช่บุตรสาวของเซียวไต้
ทว่าหลังจากหยั่งเชิงไปเช่นนี้ ในใจก็คล้ายมีคำตอบอยู่ราง ๆ
สีหน้าของเซียวไต้เห็นชัดว่ากำลังหลบเลี่ยง ทั้งยังรู้สึกผิดจนลนลาน
หากนางเป็นบุตรสาวของเซียวไต้จริง ยามนี้อีกฝ่ายควรเดือดดาลอย่างยิ่ง กล่าวประณามข้อคาดเดาเหลวไหลและความสงสัยไร้เหตุผลของนาง
ควรผิดหวังและเย็นชาต่อนางอย่างยิ่งจึงจะถูก
ทว่าเหลียงหนีหวงกลับเห็นความรู้สึกผิดและความตื่นตระหนกที่ไม่กล้าสบตานางบนใบหน้าของเซียวไต้มากที่สุด
