อุณหภูมิร่างกายของเฝิงซู่ชิงเป็นดังที่โจวอี้บอก หลังผ่านไปครึ่งชั่วยามก็เริ่มลดลงทีละน้อย
หนึ่งชั่วยามให้หลัง อุณหภูมิของนางก็กลับมาเป็นปกติแทบทั้งหมด
เหลียงอวี่หวงอดถอนหายใจโล่งอกเบา ๆ มิได้
เขาให้โจวอี้กลับไป
จากนั้นก็ให้ทิงอวี่ไปพักผ่อน
“เจ้าดูแลฮองเฮามาครึ่งค่อนคืนแล้ว คืนนี้ลำบากเจ้าแล้ว ที่นี่มีเราอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวล ไปพักผ่อนเถิด” เหลียงอวี่หวงทอดพระเนตรทิงอวี่ด้วยสีหน้าอ่อนโยนพลางกล่าว
ทิงอวี่ซาบซึ้งจนดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา นางรีบส่ายหน้า “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เหนื่อยเพคะ การได้ดูแลเหนียงเหนียงเป็นความสมัครใจของหม่อมฉันเพคะ”
“กลับเป็นฝ่าบาทต่างหากที่มิได้พักผ่อนมาครึ่งค่อนคืน พรุ่งนี้ยังต้องว่าราชการแต่เช้า ทั้งยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้พระองค์จัดการ... ขอฝ่าบาททรงมอบฮองเฮาให้หม่อมฉันดูแลเถิด หม่อมฉันจะดูแลเหนียงเหนียงให้ดีเพคะ”
เหลียงอวี่หวงนึกขึ้นได้ว่า พรุ่งนี้เช้ายังมีเรื่องสำคัญต้องจัดการจริง ๆ
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง คาดว่าอีกสองชั่วยามฟ้าก็คงสาง
เมื่อชำระกายและเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จ ก็คงถึงเวลาว่าราชการแล้ว
เมื่ออาการของเฝิงซู่ชิงเริ่มทรงตัว เขาจึงวางใจ
ดังนั้นเขาจึงมิได้ปฏิเสธต่อ สำหรับเขาแล้ว ราชกิจย่อมสำคัญกว่า
เหลียงอวี่หวงพยักหน้าช้า ๆ “เช่นนั้นก็ดี เราจะกลับไปก่อน เจ้าจงดูแลฮองเฮาให้ดี หากฮองเฮามีอาการอื่นใด จงส่งคนไปแจ้งเราโดยเร็ว”
ทิงอวี่พยักหน้ารับอย่างนอบน้อม
นางออกไปส่งเหลียงอวี่หวงด้วยตนเอง
