เสื้อผ้าบนร่างเขาชุ่มเหงื่อแทบทุกชิ้น ดูราวกับเพิ่งถูกช้อนขึ้นมาจากน้ำ
แรงกดดันอันชวนให้หายใจไม่ออกซึ่งแผ่ออกมาจากร่างเซิ่งกุย ทำให้เขาพ่ายแพ้จนทรุดหมอบลงกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
เสียงของเขาหลุดออกจากปากโดยไม่รู้ตัว
“คุณชายห้าให้...ให้ข้าน้อยส่งคนไปลอบสังหารเหลียงอวี่หวง”
สีหน้าเซิ่งกุยพลันมืดครึ้ม เขาอดตวาดถามไม่ได้ “ส่งคนไปตั้งแต่เมื่อใด?”
ใบหน้ามู่เหย่ซีดเขียว เพียงฟังประโยคสั้น ๆ ก็รู้ได้ว่าอาวุโสโกรธเกรี้ยวเพียงใด
เขาตอบเสียงสั่นทีละคำ “สอง...สองวันก่อนแล้ว”
“หากแผนการราบรื่น เกรงว่าบัดนี้เหลียงอวี่หวง...คงถูกสังหารไปแล้ว”
เซิ่งกุยเดือดดาลถึงขีดสุด ยกเท้าขึ้นถีบอกมู่เหย่อย่างแรง
“สารเลว! หากไม่มีคำสั่งจากข้า ใครอนุญาตให้พวกเจ้าตัดสินใจเอง?”
“หากเหลียงอวี่หวงเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าสองคน...ให้ไปฝังร่วมกับเขา! ทหาร จับมู่เหย่ไปขังไว้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามปล่อยเขาออกมา”
คนผู้หนึ่งขานรับทันที ก่อนจะคุมตัวมู่เหย่ออกไป
เซิ่งกุยขมวดคิ้วแน่น รอบกายแผ่ไอสังหารเย็นยะเยือกถึงขีดสุด
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย บุกเข้าไปในตำหนักที่เซียวจื่ออวี้พำนักอยู่ทันที
ยามนั้นเซียวจื่ออวี้กำลังเอนกายอย่างสบายอยู่บนตั่งนุ่ม จิบสุราชั้นเลิศ
เขายังไม่รู้ว่าแผนการระหว่างตนกับมู่เหย่ถูกเซิ่งกุยล่วงรู้ทั้งหมดแล้ว ยังคงเฝ้ารอข่าวการตายของเหลียงอวี่หวงด้วยความคาดหวัง อยากให้ข่าวมาถึงโดยเร็ว
