หมอเทวดาหลู่เหลือบมองแววตาสิ้นหวังของตงเคอ ก่อนเอ่ยปลอบเสียงแผ่วว่า “ฮูหยินน้อย อย่ามองโลกในแง่ร้ายเช่นนี้เลย การมีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าตาย มีคนตั้งมากมายที่อยากมีชีวิตอยู่ แต่กลับไม่มีโอกาส ข้าไม่รู้ว่าระหว่างฮูหยินกับคุณชายใหญ่หยุนเกิดเรื่องใดขึ้น คราหน้าอย่าได้โง่เขลาจนทำร้ายตนเองอีก”
“แม้ฮูหยินจะไม่เห็นแก่ตนเอง แต่หยุนหลวนก็ยังห่วงใยพี่สะใภ้เช่นฮูหยิน ในใจนาง คนทุกคนในจวนแม่ทัพล้วนเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิด หากฮูหยินเป็นอะไรไป นางคงเสียใจและเศร้าโศกยิ่งนัก ถึงเวลานั้น เมื่อนางเศร้า องค์อ๋องของเราก็พลอยทุกข์ใจไปด้วย”
ตงเคอนึกถึงหยุนหลวน แววอ่อนโยนพลันฉายขึ้นในดวงตา
ยามนี้ มีเพียงหยุนหลวนเท่านั้นที่ยังทำให้นางมีห่วงหาอยู่บ้าง
นางพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงคว้าแขนหมอเทวดาหลู่ไว้แน่น
“หมอเทวดาหลู่ มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากบอกท่าน องค์หญิงหนีหวงถูกหยุนเซิ่นช่วยไป ช่วงหลายวันนี้หยุนเซิ่นติดต่อกับคนของฮ่องเต้แคว้นเหลียงแล้ว เดิมทีพวกเขานัดพบกันวันนี้ที่เรือนจื่ออวิ๋น เพื่อเจรจาเรื่องแลกเปลี่ยน”
“การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไม่มีทางยุติเพราะข้าเกิดเรื่อง หากข้าเดาไม่ผิด อีกไม่นานหยุนเซิ่นต้องไปเรือนจื่ออวิ๋น เรื่องนี้สำคัญยิ่ง ท่านต้องแจ้งรายละเอียดทั้งหมดแก่เยี่ยนอ๋องให้ได้”
หมอเทวดาหลู่ชะงักงัน เขามองตงเคออย่างตกตะลึง “องค์หญิงหนีหวงถูกหยุนเซิ่นช่วยไปจริงหรือ?”
