หนี้เลือดของตระกูลหยุนเก้าหมื่นจากการตายของบิดานาง ยังไม่ได้ชำระกับเซิ่งกุยเลย เขากล้าหนีเอาชีวิตรอดด้วยวิธีแสร้งตายเช่นนี้ หลบหนีไปจากใต้จมูกพวกเขาได้อย่างไร?
เซียวถิงเยี่ยนรู้ดีว่าในใจนางเกลียดชังเซิ่งกุยเพียงใด
พอเอ่ยถึงคนผู้นี้ นางก็แทบกัดฟันด้วยความแค้น
การมาแคว้นเหลียงครานี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อแก้แค้นเซิ่งกุยกับเหลียงเหวินคัง
ใครจะคิดว่าเซิ่งกุยกลับหนีไปด้วยวิธีเช่นนี้
ไม่ว่าใครก็ยากจะยอมรับผลลัพธ์เช่นนี้ได้
เซียวถิงเยี่ยนกุมมือหยุนหลวนไว้แน่น ก่อนปลอบเสียงเบา “อย่าเพิ่งร้อนใจ...ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น พวกเราวางตาข่ายฟ้าดินไว้ทั่วเมืองหลวงตั้งนานแล้ว เซิ่งกุยกับพวกหนีไม่พ้นหรอก”
“เพียงแต่ตอนนี้เขาซ่อนตัวอยู่ในที่ที่พวกเราหาไม่พบ หากยังคงออกค้นหาอย่างเอิกเกริกต่อไป เขาก็ยิ่งซ่อนตัวลึกกว่าเดิม ไม่กล้าเผยหน้า ถึงเวลานั้น นอกจากจะสิ้นเปลืองกำลังคนและทรัพย์สินแล้ว อาจกลับกลายเป็นผลเสียเสียเอง”
“ที่เปิ่นหวังหมายถึงคือ ไม่ให้เหลียงอวี่หวงตามสืบเบาะแสของเซิ่งกุยกับพวกต่อไป แต่ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะหยุดตามสืบ เบื้องหน้าแม้จะถอนกำลังที่วางไว้อย่างรัดกุมกลับไปแล้ว แต่ลับหลังเราจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตามหาให้มากขึ้น”
“มีเพียงทำให้เซิ่งกุยเชื่อว่าพวกเราเชื่อแล้วว่าเขาตาย เขาจึงจะคลายความระแวดระวัง เผยช่องโหว่และร่องรอยให้พวกเราจับได้ กระทั่งเผยหางจิ้งจอกออกมา”
หยุนหลวนเข้าใจความหมายของเซียวถิงเยี่ยน นางจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
