ประโยคนี้ราวกับคมมีด แทงทะลุหัวใจของหยุนเซิ่นอย่างรุนแรง
เขารู้สึกเพียงว่ามีบางอย่างพลุ่งพล่านอยู่ในลำคอ เลือดร้อนระอุสายหนึ่งเอ่อขึ้นมาถึงลูกกระเดือก
ชั่วขณะต่อมา มุมปากของเขาก็มีเลือดซึมออกมาเป็นสาย
เขากอดตงเคอไว้แน่น ราวกับปรารถนาจะหลอมร่างนางให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตน นับแต่นี้ไปจะได้ไม่ต้องพรากจากกันอีก
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่า ยามมองนางกำลังสิ้นลมหายใจ เขาเจ็บปวดเพียงใด
เขารู้สึกคล้ายทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนสูญสิ้นความหมาย!
เขาสับสนเลื่อนลอย เหม่อมองเซียวถิงเยี่ยนอย่างตะลึงงัน
“หากผู้ประสบเหตุเป็นหยุนหลวน เยี่ยนอ๋องจะยอมเฝ้ารอให้นางตายเช่นนี้หรือ?”
ลมหายใจของเซียวถิงเยี่ยนชะงักงัน เขาพลันพูดไม่ออก
หากคนผู้นั้นเปลี่ยนเป็นหยุนหลวน เขาคิดว่าการกระทำของตนคงบ้าคลั่งยิ่งกว่าหยุนเซิ่นเสียอีก ต่อให้ต้องฝืนลิขิตสวรรค์ เขาก็จะเปลี่ยนชะตานาง... เช่นเดียวกับความคิดอันดื้อรั้นจนถึงขีดสุดของหยุนเซิ่นในยามนี้
เซียวถิงเยี่ยนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนหลีกทางให้หยุนเซิ่นโดยไม่เอ่ยคำ
“เปิ่นหวังจะเตรียมรถม้าให้เจ้า เจ้าอยากไปที่ใด เปิ่นหวังก็จะไม่ขัดขวาง”
หยุนเซิ่นอุ้มตงเคอไว้แนบอก เอ่ยขอบคุณเขาเสียงแผ่ว จากนั้นก็สาวเท้าออกวิ่งไปยังประตูเรือนอย่างเร่งร้อน
เซียวถิงเยี่ยนยืนอยู่ในลาน มองเงาร่างของหยุนเซิ่นที่ค่อย ๆ ลับหายไป แววตาฉายความกังวลอยู่หลายส่วน... หากหยุนเซิ่นช่วยตงเคอกลับมาไม่ได้ เขาจะเป็นอย่างไร?
