เฝิงอวี้มิได้แสดงความเห็น ดวงตาเต็มไปด้วยแววภาคภูมิใจและรอยยิ้ม “ชิงเอ๋อร์ น่าเสียดายจริง เจ้าเกิดมาเป็นสตรี หากเป็นบุรุษ...”
เฝิงซู่ชิงส่ายหน้า อดขัดคำพูดของเขาไม่ได้ “ท่านพ่อ ลูกไม่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกิดมาเป็นสตรี ไม่ว่าลูกจะเป็นชายหรือหญิง หากเป็นเรื่องที่ลูกตั้งใจทำ ก็ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดขวางทางลูกได้”
“ชาตินี้ลูกโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นบุตรสาวของท่าน ท่านพ่อ ท่านต่างหากคือความภาคภูมิใจของลูก และเป็นเป้าหมายที่ลูกมุ่งหน้าตามมาตลอด”
เฝิงอวี้พลันรู้สึกแสบตา ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เขายกมือดีดปลายจมูกนางเบา ๆ “เด็กน้อยอย่างเจ้านี่ช่างประจบเก่งนัก เอาละ ข้ายังมีงานราชการต้องจัดการ คงไม่อยู่เสียเวลาที่นี่กับเจ้าแล้ว”
“ข้าจะมอบป้ายบัญชาให้เจ้า พรุ่งนี้อยากทำสิ่งใดก็ไปทำเสีย ข้าอยากเห็นนักว่ามารดาของเจ้าจะกล้าขัดคำสั่งข้าหรือไม่”
เฝิงซู่ชิงรับป้ายบัญชามา รอยยิ้มพลันผลิบานอย่างแท้จริง “ขอบคุณท่านพ่อ! ท่านพ่อช่างองอาจน่าเกรงขามยิ่งนัก หากลูกมิใช่บุตรสาวของท่าน ลูกคงหลงรักท่านเป็นแน่”
ถ้อยคำหยอกเย้าของนางทำให้เฝิงอวี้หัวเราะออกมา
ยามจากไป ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม
หลังเฝิงอวี้ช่วยปลอบใจ เฝิงซู่ชิงก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
คิดไปคิดมา นางเกรงว่าฮูหยินเฝิงจะโกรธจนร่างกายทรุดโทรมจริง ๆ จึงให้ทิงอวี่ไปหยิบโสมพันปีจากคลังส่วนตัว แล้วลอบส่งไปให้แม่นมฉิน เพื่อให้นำไปเคี่ยวผสมในน้ำแกงบำรุงร่างกายยามเหมาะสม แล้วนำไปให้ฮูหยินเฝิง
