สมาชิกเผ่าอู๋กู่เหล่านี้ แม้เชี่ยวชาญพิษกู่และวิชามารหลากหลายแขนง ทว่าหลายคนกลับฝึกฝนได้ไม่แตกฉาน ห่างชั้นจากเซิ่งกุยอยู่มาก
สมาชิกเผ่าอู๋กู่ส่วนใหญ่ตกหลุมพรางและถูกพิษ จนถูกจับกุมคุมขังไปจนสิ้น
คนที่เหลือรอดมีเพียงหยิบมือ ต่างแทบสิ้นเรี่ยวแรงกว่าจะหนีออกจากรังหมาป่าอย่างเมืองหลวงมาได้
พวกเขาอาศัยเบาะแสที่เซิ่งกุยทิ้งไว้ เริ่มส่งข่าวไปหาเขา
ยามนั้นเซิ่งกุยกำลังซ่อนตัวอยู่ในตำหนักใต้ดิน ซึ่งลึกลงไปใต้พื้นดินกว่าร้อยเมตร
ภายในตำหนักใต้ดินมีคานแกะสลักและภาพเขียนประดับงดงาม ทั้งยังสร้างตำหนักขึ้นหลายหลังคล้ายพระราชวัง
ไข่มุกราตรีขนาดเท่ากำปั้นกระจายอยู่ทั่วตำหนักใต้ดิน แสงจากไข่มุกส่องสว่างทั่วพื้นที่ซึ่งเดิมมืดมิด
ผู้ติดตามเขามีมากมายนับไม่ถ้วน
ยังมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติชีวิตประจำวันของเขากับเซียวจื่ออวี้
ทว่าเซิ่งกุยไม่โปรดสตรี เอาแต่หมกมุ่นกับการปรุงพิษอยู่ทุกวัน นางกำนัลเหล่านั้นจึงถูกเซียวจื่ออวี้เกลี้ยกล่อมไปจนหมด เพื่อปรนนิบัติเขาแต่เพียงผู้เดียว
เซิ่งกุยปรุงพิษกู่อยู่ในห้องโอสถภายในตำหนัก
ส่วนเซียวจื่ออวี้เสพสุขจนเมามายอยู่ในตำหนักชั้นในอีกแห่ง เอนกายอยู่ท่ามกลางอ้อมแขนหญิงงาม
เสียงดนตรีและการร่ายรำดังไม่ขาดสาย ราวกับฮ่องเต้เลอะเลือนผู้ไม่รักบัลลังก์ แต่หลงใหลเพียงหญิงงาม
เซิ่งกุยเพิ่งออกจากห้องโอสถ ก็มีคนเข้ามารายงานเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงให้เขาฟัง
เมื่อได้ฟัง สีหน้าของเซิ่งกุยไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
