ถังซู่ไม่ได้สงสัยพวกเขา
เขาคิดจะชักชวนพวกเขาให้เข้าร่วมเผ่าอู๋กู่
พวกเขามีความรู้ด้านการแพทย์ หากได้เรียนวิชากู่ ย่อมได้ผลเป็นสองเท่าโดยออกแรงเพียงครึ่งเดียว เผ่าอู๋กู่กำลังต้องการคนมีความสามารถเช่นพวกเขา ถังซู่จะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร
เขาทั้งข่มขู่และล่อลวงพวกเขา ทั้งกักบริเวณเอาไว้ แล้วบีบบังคับให้พวกเขาคิดค้นยาพิษสำหรับรับมือศัตรู เพื่อให้คนของเขานำไปใช้
หากพวกเขาไม่ยอมทำตาม เขาก็ไม่ให้ดื่มน้ำ ไม่ให้กินอาหาร
ถึงขั้นสั่งให้คนลงทัณฑ์พวกเขาอย่างโหดเหี้ยม
หมอเทวดาหลู่ไร้ทางเลือก จำต้องปรุงยาพิษให้ถังซู่
หมอเทวดาหลู่ร่ำไห้พลางเล่าเรื่องราวระหว่างพวกเขากับถังซู่ออกมาอย่างคร่าว ๆ
เซียวถิงเยี่ยนตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วปลอบเสียงต่ำว่า “หมอเทวดาหลู่ ตลอดเส้นทางนี้ท่านลำบากมากแล้ว”
“หากท่านคิดจะมาแคว้นเหลียง ก็ควรบอกเปิ่นหวังล่วงหน้า เปิ่นหวังจะได้ส่งคนมาคุ้มครองท่านให้ทันท่วงที ท่านตามมาที่นี่โดยไม่ปริปากสักคำ หากเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ จะให้เปิ่นหวังทำอย่างไร?”
หมอเทวดาหลู่รู้ว่าตนผิด จึงแทบไม่กล้าสบตาเซียวถิงเยี่ยน
“เอ่อ...ข้าน้อยคิดว่าคงไม่เกิดเรื่องอันใด เรื่องของท่านก็มีมากพอแล้ว ข้าน้อยไม่อยากสร้างความลำบากให้ท่าน ข้าน้อยเป็นหมอ คนทั่วไปย่อมไม่กล้ารังแก ทว่าใครจะคิดว่าเผ่าอู๋กู่ในแคว้นเหลียงจะกำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้”
เซียวถิงเยี่ยนประคองหมอเทวดาหลู่ พาเข้าไปในจวน
