แววตาของเฉินอวี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกเสียใจ
“เหลียงเหวินคังคิดสังหารข้าน้อยในครานั้นเป็นเรื่องจริง... หากคุณชายไม่เอ่ยปากช่วย ข้าน้อยคงตายไปแล้ว ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน ข้าน้อยก็ไม่ได้วางยาพิษกู่อีก คุณชายดีกับข้าน้อยถึงเพียงนั้น ข้าน้อยทนทำร้ายเขาด้วยพิษกู่ต่อไปไม่ไหว ใครจะรู้ว่าเมื่อพิษกู่หยุดลง อาการของคุณชายกลับทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม”
“เหลียงเหวินคังอาจจับจุดอ่อนในใจข้าน้อยได้ตั้งแต่แรก เขาจึงควบคุมปริมาณยา อาศัยจิตใจโลเลของข้าน้อยจนทำลายคุณชายได้สำเร็จ การตายของคุณชายทำให้ข้าน้อยสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ข้าน้อยแทบอยากเดิมพันทุกสิ่งเพื่อสังหารเหลียงเหวินคัง ล้างแค้นให้คุณชาย”
“หากเหลียงเหวินคังยังไม่ตาย ข้าน้อยก็ไม่มีหน้าไปพบคุณชายเพื่อขออภัย ข้าน้อยจึงคิดจงรักภักดีต่อองค์หญิง ร่วมมือกับองค์หญิงจัดการเหลียงเหวินคัง... เพื่อล้างแค้นให้คุณชาย”
หยุนหลวนหรี่ดวงตาหงส์ มองเฉินอวี้อย่างเย็นชา
“เจ้าคิดว่าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะเชื่อคำโป้ปดของเจ้าอย่างนั้นหรือ? เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำกล่าวฝ่ายเดียวของเจ้า เจ้าคิดว่าข้าเสียสติหรือโง่เขลาจนเชื่อเจ้าได้ง่ายดายหรือ?”
เฉินอวี้คาดคิดถึงเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ดังนั้นเมื่อหยุนหลวนกล่าวเช่นนี้ เขาจึงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย
เขาล้วงขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “ในขวดนี้คือพิษกู่ที่ข้าน้อยเคยใช้กับคุณชายว่าเป็นของจริงหรือไม่ ขอองค์หญิงให้หมอเทวดาหลู่ตรวจสอบดูก็จะทรงทราบ เมื่อยืนยันได้แล้ว ข้าน้อยจะกลืนสิ่งที่อยู่ในขวดนี้ เพื่อแสดงความสำนึกผิดที่มีต่อคุณชาย และพิสูจน์ความตั้งใจที่จะล้างแค้นให้เขา”
