“ในสายตานาง มีเพียงผลประโยชน์ของตระกูล ไม่ว่าเรื่องใดก็ดูสำคัญกว่าข้า ฟู่จืออวี้สำคัญกว่าข้า ชื่อเสียงของตระกูลฟู่กับตระกูลเฝิงก็สำคัญกว่าข้า...”
ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับมารดา พัวพันยุ่งเหยิงจนมิอาจคลี่คลายมานานแล้ว เพราะความขัดแย้งที่สะสมมาตลอดหลายปี
ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนของตน ต่างก็คิดว่าตนมิได้ผิด
ไม่มีผู้ใดยอมถอยให้กันแม้แต่ก้าวเดียว
สองแม่ลูกต่างมองปัญหาด้วยผลประโยชน์ ไม่เคยนึกถึงเลยว่าพวกนางมีสายเลือดเดียวกัน ใกล้ชิดยิ่งกว่าผู้ใดในใต้หล้า
แววตาของเฝิงซู่ชิงหม่นหมอง “แม่นมฉิน ฝากดูแลท่านแม่ให้ดี ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”
นางหลุบตาลงแล้วก้าวจากไปอย่างรวดเร็ว
แม่นมฉินมองแผ่นหลังที่จากไป ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ แล้วถอนหายใจ
ฮูหยินทำเกินไปจริง ๆ
จะเชื่อฟังคุณหนูรอง แล้วดึงดันผลักคุณหนูตกลงไปในหลุมไฟอย่างคุณชายใหญ่แห่งตระกูลฟู่ได้อย่างไร?
แม่นมฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าจะปล่อยให้ฮูหยินก่อเรื่องเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ จึงสั่งให้คนไปแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้แก่เฝิงอวี้ทันที
เมื่อเฝิงอวี้ทราบเรื่อง เขาจึงหาเวลาว่างมาเยือนเรือนของฮูหยินเฝิง
หมอเพิ่งจับชีพจรเสร็จและเขียนเทียบยาไว้
ฟู่จืออวี้ถือเทียบยา สั่งให้คนไปจัดยา แล้วลงมือเคี่ยวให้ฮูหยินเฝิงด้วยตนเอง
เฝิงอวี้ให้บ่าวรับใช้ในห้องออกไปจนหมด ก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปยังห้องใน
ฮูหยินเฝิงพิงอยู่บนเตียง มือกำผ้าเช็ดหน้าไว้ พลางสะอื้นร่ำไห้เสียงเบา
“นายท่าน ในที่สุดก็มีเวลามาเยี่ยมข้าแล้วหรือ?”
