เขาพลันรู้สึกพร่าเลือน หยุดฝีเท้าลง แล้วมองไปยังบริเวณที่แดงฉานไปด้วยโลหิต
ภาพน่าสยดสยองที่ปรากฏแก่สายตาทำให้รูม่านตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
อินหลิงนอนอยู่บนแผ่นไม้ ร่างกายเปื้อนเลือดทั่วทั้งตัว สิ้นลมหายใจไปแล้ว
หัวใจของเขากระตุกวูบเบา ๆ
ภาพตรงหน้าสร้างความสะเทือนใจแก่เขาอย่างยิ่ง แทบไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าจะเป็นความจริง เขารู้สึกเพียงว่านี่คือความฝัน
เฟิงไห่ขมวดคิ้วมองภาพภายในลาน หัวใจเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่
อินหลิงตายแล้ว
ฟางชิงฉือถึงกับทำให้มีคนตาย...
ด้วยนิสัยของอ๋องแล้ว ครานี้ฟางชิงฉือคงยากจะรอดพ้นเคราะห์กรรม
ตวนอ๋องสะบัดมือเฟิงไห่ที่ประคองตนออก แล้วก้าวไปยังบริเวณที่แดงฉานทีละก้าว
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ฟางชิงฉือก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองผู้ที่เดินเข้ามา
ครั้นเห็นว่าเป็นตวนอ๋อง สีหน้าของนางก็ซีดเผือด
นางรีบอธิบายด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ท่านอ๋อง... ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้คิดจะตีให้นางตาย ตอนนี้เพิ่งตีด้วยไม้เรียวไปยี่สิบกว่าทีเท่านั้น ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดนางถึงตายได้”
ตวนอ๋องมองฟางชิงฉืออย่างเย็นชา แววตาที่เขามองนางประหนึ่งมองคนตาย
“อินหลิงพูดบางอย่างที่เปิ่นหวังไม่ชอบฟัง แม้เปิ่นหวังจะโกรธถึงเพียงนั้น ก็ยังไม่ให้ผู้ใดแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว อย่างไรนางก็เคยติดตามเปิ่นหวังมา เปิ่นหวังไม่เคยคิดเอาชีวิตนาง ฟางชิงฉือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดถึงลงมือฆ่านาง?”
“เปิ่นหวังไม่สนว่าเจ้าเฆี่ยนนางไปกี่ไม้ ผลที่เกิดขึ้นยามนี้คือนางถูกเจ้าตีจนตาย เจ้าจงบอกมา เมื่อเจ้าขัดคำสั่งเปิ่นหวัง สมควรได้รับโทษเช่นไร?”
ลึก ๆ แล้วเขายังมีใจเวทนาต่ออินหลิง
ถ้อยคำที่อินหลิงเคยกล่าวกับเขาก่อนหน้านี้ ใช่ว่าเขาจะไม่ใส่ใจ
เขารู้ว่าอินหลิงปรารถนาดีต่อเขาจากใจจริง
บุรุษคนใดเผชิญหน้ากับสตรีที่จริงใจต่อตน ก็ย่อมไม่อาจไร้ความรู้สึกได้
ต่อหน้าฉู่หยิง เขาขับไล่อินหลิงออกจากจวน
แต่หลังฉู่หยิงจากไป เขาก็สั่งให้คนออกตามหาอินหลิงกลับมา
ไม่คาดคิดว่าเฟิงไห่จะวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานว่า อินหลิงถูกฟางชิงฉือพาตัวไป
