เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยทักทาย “ที่แท้ก็เป็นองค์รัชทายาท เปิ่นหวังได้ยินชื่อเสียงมานาน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกันเร็วถึงเพียงนี้”
เหลียงอวี่หวงเดินมาหยุดตรงหน้าเซียวถิงเยี่ยน ยามนี้เซียวถิงเยี่ยนแปลงโฉมไปแล้ว
เขามองไม่ออกว่าชายผู้นี้มีใบหน้าแท้จริงเป็นเช่นไร
แม้ใบหน้าหลังแปลงโฉมจะดูธรรมดาสามัญ ทว่าราศีและรูปร่างสง่างามของอีกฝ่ายกลับมิอาจปกปิดได้ด้วยการแปลงโฉม
ชายผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาคู่หนึ่งลึกล้ำเก็บงำอารมณ์ ยามกวาดตามองผู้คน รัศมีข่มขวัญที่ยากจะบรรยายก็ถาโถมเข้ามาปะทะใบหน้า
เหลียงอวี่หวงมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากหยุนหลวนและเซียวถิงเยี่ยน ย่อมไม่คิดล่วงเกินบุรุษตรงหน้า
เขาประสานมือ ค้อมกายคำนับเซียวถิงเยี่ยนอย่างนอบน้อมยิ่ง
“เปิ่นกงขอคารวะท่านอ๋อง”
เซียวถิงเยี่ยนคิดไม่ถึงว่าเหลียงอวี่หวงจะวางท่าทีสุภาพถึงเพียงนี้ แม้สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงไม่น่าดูนักก็ตาม
“องค์รัชทายาทเกรงใจแล้ว”
เหลียงอวี่หวงเหลือบมองด้านหลังเซียวถิงเยี่ยน “ไม่ทราบว่าหยุนหลวนอยู่ที่ใดหรือ?”
เซียวถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เม้มปากยิ้มออกมา
ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายระยิบระยับ “เมื่อคืนออกแรงมากเกินไป นางเหนื่อยยิ่งนัก ข้าจึงคิดให้นางนอนต่ออีกสักพัก”
เหลียงอวี่หวงกำหมัดแน่น กัดฟันถามย้ำ “ออกแรงมากเกินไปหรือ? เปิ่นกงไม่ยักรู้ว่าเมื่อคืนพวกเจ้าทำกิจกรรมอันใดกัน?”
เซียวถิงเยี่ยนสัมผัสได้ว่าเหลียงอวี่หวงกำลังข่มกลั้นอารมณ์ในใจอยู่ตลอด
