“เจิ้นจะไม่ลงโทษเจ้าอีก และจะไม่พาลไปถึงตระกูลสือ สิ่งใดที่สมควรเป็นของตระกูลสือ เจิ้นย่อมไม่ลำเอียงจนปฏิบัติต่อพวกเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม จวนของตระกูลสือถูกเผาเสียแล้ว พรุ่งนี้เจิ้นจะให้คนไปเลือกจวนแห่งใหม่ให้พวกเจ้าอาศัย สือไห่ หวังว่าต่อไปเจ้าจะคิดให้รอบคอบก่อนลงมือทำสิ่งใด และสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้แว่นแคว้นกับราษฎรได้”
ใบหน้าของสือไห่เปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนยังจะมีอนาคตอีก
เขาคิดว่าไม่ว่าจะเป็นตัวเขาหรือตระกูลสือ หนทางข้างหน้าล้วนถูกการกระทำอันโง่เขลาของเขาทำลายจนสิ้นแล้ว
นึกไม่ถึงว่าเหลียงอวี่หวงจะมอบโอกาสให้เขาและตระกูลสือจริง ๆ
โอกาสนี้ได้มายากยิ่ง เขาย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ
ดวงตาสือไห่แดงก่ำ เขารับขวดกระเบื้องมา ก่อนโขกศีรษะเสียงดังพลางกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ฝ่าบาททรงพระเมตตากว้างขวาง ยินดีมอบโอกาสให้กระหม่อมกับตระกูลสือ กระหม่อมย่อมไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง หากฝ่าบาทมีพระประสงค์จะใช้กระหม่อม กระหม่อมยินดีบุกน้ำลุยไฟ สละได้แม้ชีวิตและเลือดเนื้อ ไม่มีวันปฏิเสธ”
เหลียงอวี่หวงให้เขาลุกขึ้น ก่อนตบไหล่เบา ๆ “เมื่อได้ยินเจ้ากล่าวเช่นนี้ เจิ้นก็วางใจแล้ว ไปถอนพิษให้คุณหนูสือเถิด รอร่างกายนางฟื้นตัวแล้วค่อยพานางออกจากวัง ในวังมีหมอหลวง ถึงเวลานั้นก็ให้หมอหลวงดูแลปรับสมดุลร่างกายนางให้ดี อย่าให้หลงเหลือผลข้างเคียง”
สือไห่พยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
เหลียงอวี่หวงยังมีราชกิจอื่นต้องจัดการ จึงมิได้อยู่ต่อและออกจากตำหนักแห่งนี้ไปทันที
สือไห่รับยาแก้พิษมาอย่างเร่งร้อน ก่อนเข้าไปยังตำหนักชั้นใน แล้วให้คนป้อนยาแก่สือชิงเหยียน
