สำนักงานใหญ่สำนักงานจัดการผู้มีพลังพิเศษ ชั้นบนสุด
สุ่ยหวยเมิ่งสีหน้าเย็นชา ก้าวฉับ ๆ ไปยังประตูสำนักงานที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุด
ก๊อก ก๊อก
ผ่านไปนานก็ยังไม่มีเสียงตอบ ประตูยังคงปิดสนิท
แววตาสุ่ยหวยเมิ่งเย็นเยียบ ไอเย็นแผ่ออกจากฝ่ามือจนกลอนประตูแข็งเปราะ ก่อนจะถูกเธอถีบเปิดอย่างแรง!
“ฉันให้เวลาพวกเธอสามนาที ไสหัวออกไปให้หมด!”
เมื่อยืนอยู่หน้าประตู สุ่ยหวยเมิ่งเห็นผู้หญิงสามสิบกว่าคนในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยทยอยออกมาจากสำนักงาน
หญิงสาวคนหนึ่งมีใบหน้ายั่วยวน รูปร่างอรชร เดินรั้งท้ายอย่างเชื่องช้า เธอใช้ปากกัดยางรัดผม รวบผมยาวที่ยุ่งเหยิงขึ้นมามัด พอเดินผ่านสุ่ยหวยเมิ่งก็จงใจส่งสายตาท้าทายให้ พร้อมหัวเราะคิกคัก
“ข่มขวัญคนเก่งจังเลยนะ~ ท่านหญิงสุ่ย~”
สุ่ยหวยเมิ่งขมวดคิ้ว ไม่สนใจยัยตัวแสบที่มีอันดับในทำเนียบสาวงามต่ำกว่าเธอ
เมื่อผู้หญิงในสำนักงานออกไปหมดแล้ว สุ่ยหวยเมิ่งจึงยกมือปิดจมูกเดินเข้าไป เปิดหน้าต่างระบายกลิ่น
ตงหลี่ชางนอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ในสภาพเปลือยเปล่า แขนพาดบนโต๊ะทำงาน สีหน้าสุขสันต์
“ที่รัก มาหาผมมีอะไร?”
“ผู้กอบกู้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งมนุษยชาติ ความหวังสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ วัน ๆ เอาแต่ใช้เรี่ยวแรงไปกับเรื่องสกปรกแบบนี้หรือไง?”
น้ำเสียงของสุ่ยหวยเมิ่งเย็นเยียบ
“ภารกิจกอบกู้โลกจะสำเร็จได้ในวันเดียวเสียที่ไหน ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ...แค่หาความสุขนิดหน่อยเอง”
“หึ งั้นฉันถามหน่อย คราวนี้ทำไมถึงไม่ส่งกำลังไปช่วยหูตู?”
“ช่วยอะไรนะ?”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้! ก่อนหน้านี้นายคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่ามณฑลไหนจะถูกฝูงสัตว์ร้ายล้อมโจมตี แล้วก็ส่งคนเข้าไปประจำการแต่เนิ่น ๆ แต่ครั้งนี้ทั้งที่มองเห็นฝูงสัตว์กลายพันธุ์รวมตัวกันเป็นขบวนใหญ่บริเวณนอกเมืองหูตูได้ชัดเจน แนวรบตะวันออกเฉียงใต้แทบจะแตกอยู่แล้ว! ยังจะบอกว่าไม่รู้? คนของนายอยู่ไหน? คำพยากรณ์ของนายล่ะ?!”
