“คุณซูครับ นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่เรามีเกี่ยวกับตงหลี่ชาง” หวังโส่วเย่พูดเสียงแหบ ก่อนจะกระแอมเบา ๆ
“อีกเรื่องหนึ่ง... ในนามของต้าหยง ผมขอถามอย่างเสียมารยาทสักหน่อย คุณ... มีความสามารถพาคนออกจากโลกนี้ไหมครับ? ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ราชสำนักก็ยินดีจ่าย”
“ไม่ได้ ผมเดินทางข้ามโลกได้เพราะความพิเศษเฉพาะตัวของผมเท่านั้น” ซูหลัวปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“เฮ้อ!”
หวังโส่วเย่ล้วงแฟลชไดรฟ์สีดำทรงประหลาดจากกระเป๋าด้านในที่แนบชิดลำตัว ตัวไดรฟ์มีพอร์ตเข้ารหัสระดับกองทัพ เขาเสียบมันเข้ากับอุปกรณ์ เปิดวิดีโอแล้วฉายขึ้นจอขนาดใหญ่
“นี่คือภาพบางส่วนที่ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าที่ยังใช้งานได้อยู่ไม่กี่ดวงของเราส่งกลับมาเมื่อราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน ก่อนจะขาดการติดต่อไป” หวังโส่วเย่พูดเสียงต่ำ “ช่วงนี้เป็นบริเวณโอเชียเนีย”
ซูหลัวหันไปมองจอ
สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เมืองหรือภูเขา หากเป็นจุดจบที่มีชีวิต ซึ่งอยู่เหนือขีดจำกัดความเข้าใจของมนุษย์
สิ่งที่บดบังฟ้าดินคือขุมนรกมีชีวิตที่กำลังบิดตัวขยุกขยิก ไม่อาจอธิบายให้ตรงกับภาพด้วยถ้อยคำใดได้
สีดำขุ่นกับสีแดงชาดบิดเบี้ยวผสานกัน กลายเป็นพรมเนื้อขนาดมหึมาที่พองยุบและเต้นตุบ ๆ บนพื้นผิวฝังแน่นไปด้วยซากสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่ยากจะบรรยาย
กระดูกสีขาวขนาดเท่าเรือรบ เปลือกแข็งบิดเบี้ยวกลายพันธุ์ ก้อนเนื้อที่พอมองออกว่าเคยมีรูปร่างคล้ายมนุษย์... ทุกสิ่งถูกห่อหุ้มและหลอมรวมด้วยวุ้นกึ่งโปร่งแสงสีแดงคล้ำเกือบดำ ปกคลุมทั่วทั้งทวีปจนสุดสายตา
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราจะต่อกรได้แน่นอน ตงหลี่ชางอ้างว่าตัวเองอยู่ระดับเอสเอสเอส เราประเมินพลังจากภาพถ่ายทอดสดแล้วพบว่า ต่อหน้าสิ่งนี้เขาก็ถูกฆ่าตายในกระบวนท่าเดียว”
