ภายในท้องพระโรง แสงเทียนไหวระริก เงาของฮ่องเต้กับขุนนางทอดยาวบนพื้นเย็นเยียบ
“จัดการไปถึงไหนแล้ว?”
“กระหม่อมสั่งให้ผู้ที่มีส่วนร่วมในการวิจัยพลังเวททุกคนเก็บตัวเงียบไว้ชั่วคราว ตามแผนเดิม องค์หญิงใหญ่จะเป็นผู้เริ่มต้นฝึกใช้พลังเวทเป็นคนแรก กระหม่อมยังได้แจ้งความตั้งใจฝากฝังองค์หญิงไว้กับจอมเวทต่างโลกผู้นั้น ขอให้เขาช่วยดูแลองค์หญิงเป็นพิเศษ เช่นนี้ก็จะสร้างโอกาสให้ทั้งสองได้พบกันมากขึ้น...”
“แต่พรสวรรค์ขององค์หญิงใหญ่เหนือสามัญนัก แผนการของกระหม่อมยังไม่ทันได้ใช้ นางก็ฝึกพลังเวทขึ้นมาได้ด้วยตนเองแล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังติดต่อกับจอมเวทผู้นั้นอยู่”
ฮ่องเต้แทบหลุดหัวเราะออกมา
“เล่นกันเป็นเด็ก ๆ เช่นนี้หรือ? ท่านอ๋องหวัง จะให้ลูกสาวเราไปยั่วยวนเขาอย่างนั้นหรือ?”
หวังโส่วเย่เหลือบมองฮ่องเต้อย่างจนใจ
อีกฝ่ายพูดจาสง่างามเสียจริง ตอนนั้นไม่ใช่เขาหรอกหรือที่ส่งลูกสาวไปอยู่หูตูด้วยตัวเอง เพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อให้ตงหลี่ชางสนใจ?
ในเมื่อขายลูกสาวไปตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้จะเสแสร้งทำเป็นผู้ทรงคุณธรรมไปไย
“แม้คนผู้นั้นจะอ้างตนว่าเป็นจอมเวทต่างโลก แต่สิ่งที่เขาทำนั้นดูไม่เหมือนจอมเวท... ที่น่าสนใจกว่านั้นคือรูปร่างหน้าตาของเขาไม่ต่างจากพวกเรา ฝ่าบาทไม่ทรงเห็นว่าประหลาดหรือ? เหตุใดสิ่งมีชีวิตจากต่างโลกจึงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพวกเรา? กระหม่อมสงสัยว่านั่นอาจเป็นเพียงเปลือกนอก ส่วนภายในอาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากเราโดยสิ้นเชิง แล้วสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นจะเกิดความรักใคร่ต่อมนุษย์ธรรมดาได้อย่างไร?”
