หลังจบการถ่ายทอดสด ยังมีการต่อสู้แบบอิสระอีกหนึ่งรอบ
มือข้างนั้นของตงหลี่ชางมีประกายไฟฟ้าเล็ก ๆ พันอยู่ ลอยค้างกลางอากาศ รอยยิ้มที่มั่นใจว่าจะคว้าชัยยังคงประดับอยู่บนใบหน้า เขารอให้ตี้อวี่ปิงวางมือนุ่มนวลลงบนฝ่ามือของเขา ด้วยความซาบซึ้งและชื่นชมที่รอดพ้นจากเคราะห์ร้ายมาได้อย่างที่คาดไว้
ทว่าตี้อวี่ปิงไม่ได้ยื่นมือออกมา
นางเพียงมองเขาเงียบ ๆ ดวงตางามเย็นชาคู่นั้นไร้ร่องรอยความเลื่อนลอยและเปราะบางที่เคยเผยออกมา ราวกับหมอกบางถูกสายลมพัดสลายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความสงบนิ่งลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
ตงหลี่ชางขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจนัก
ฉันเป็นคนช่วยเธอไว้นะ...
“องค์หญิง...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง!
ตี้อวี่ปิงก็ขยับแล้ว!
บนด้ามกระบี่ที่นางกำไว้แน่น ลมปราณและพลังพิสดารอันเก่าแก่ ทรงพลัง และคมกริบที่รวบรวมจนถึงขีดสุดมานานแล้ว พลันระเบิดออกมา!
นี่คือแสงกระบี่ที่ไม่เคยปรากฏบนโลกนี้มาก่อน
ชะตาฟ้าหนุนนำ ชักกระบี่ฟันปีศาจ!
มันไม่ใช่เพียงพลังธาตุธรรมดา หากคล้ายกับเจตจำนงโลกที่บีบอัดคมคมกล้านับหมื่นให้รวมเป็นหนึ่งจุด
นางลงมือโดยไม่มีลางบอกเหตุแม้แต่น้อย พลิกมือหลบมือที่ลอยค้างอยู่ กระบี่ยาวในมือแปรเปลี่ยนเป็นประกายเย็นเยียบที่รวบรวมพลังไว้อย่างเข้มข้น ราวกับจะกรีดผ่ามิติ แทงตรงเข้าสู่ทรวงอกของตงหลี่ชาง
การโจมตีครั้งนี้รวดเร็วจนเกินกว่าคนรอบข้างจะมองตามทัน รุนแรงอย่างไม่ออมมือ และแม่นยำจนมุ่งตรงสู่จุดตาย
การลอบโจมตีสุดกำลังที่แทบจะอยู่ในระดับเอสเอสขั้นสูงสุด บวกกับแรงหนุนจากเจตจำนงโลกที่แอบเสริมให้ อานุภาพของมันถึงกับเหนือกว่าแสงอสนีที่แผ่ออกจากร่างตงหลี่ชางชั่วขณะ
รูม่านตาของตงหลี่ชางหดวูบ พลังอสนีในร่างพลันทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งตามสัญชาตญาณ ก่อตัวเป็นโล่อสนีเจิดจ้าขึ้นตรงหน้าอกอย่างลนลาน
ฉึก—!
กระบี่ที่รวบรวมพลังทั้งหมดของตี้อวี่ปิงและแรงหนุนจากเจตจำนงโลกไว้ กลับแทงทะลุโล่อสนีที่ก่อตัวขึ้นได้อย่างจัง ปลายกระบี่ยังคงพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
