หลังจากเจียงลู่แนบตัวเข้ามา
เจียงจืออวี๋ก็รับค่าความเกลียดชังมาเพิ่ม 2 แต้มอย่างชื่นมื่น
น้องชายตัวน้อยยังคงทำผลงานได้เสถียรเหมือนเดิม
บุคลิกนักแสดงเจ้าบทบาทของเจียงจืออวี๋ก็เข้าโหมดแล้ว
“ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกันนะ ตี๊↑ตี๊↓ อยากกอดก็ไม่ได้กอด อยากจูบก็ไม่ได้จูบ อยู่กันคนละจอแล้วมันน่าน้อยใจจริง ๆ”
จู่ ๆ เจียงลู่ก็รู้สึกว่าหูร้อนผ่าว
“แค่ก แค่ก ๆ”
เจียงลู่กระแอมสองทีแล้วพึมพำเสียงเบา “เลี่ยนชะมัด”
แต่กลับซุกหัวลงตรงซอกคอของเจียงจืออวี๋ แล้วถูไถไปมา
เจียงจืออวี๋สังเกตว่าผมของเจียงลู่หยักศกนิด ๆ ตามธรรมชาติ
สัมผัสที่เสียดสีกับผิวชวนให้นึกถึงหมาพุดเดิลที่ถูกยายใจร้ายเอาผ้าขี้ริ้วถูตัว
แต่ผมของเจียงจืออวี๋กลับเรียบลื่นมาก
เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าทั้งคู่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันแม้แต่น้อย
เจียงจืออวี๋ยื่นมือไปขยี้หัวน้องชายตัวน้อย
น้องชายตัวน้อยรักษาสัญญาจริง ๆ เตรียมอาหารเต็มโต๊ะไว้ให้เจียงจืออวี๋
ได้ยินว่าเขาทำเอง
เจียงจืออวี๋เห็นใบเสร็จร้านอาหารที่ขยำเป็นก้อนอยู่ในถังขยะแล้วด้วยซ้ำ
แต่เธอไม่ได้แฉเจียงลู่ แถมยังช่วยชมอย่างเต็มที่
“เสี่ยวลู่เก่งจัง! อาหารที่ทำถูกปากพี่สาวมากเลย! อยากกินแบบนี้ทุกวันเลย!”
ใครจะคิดว่าเจียงลู่กลับไม่พอใจ
ถ้าอยากครองใจผู้หญิง ก็ต้องครองกระเพาะของเธอให้ได้
ใครกันที่มาฉกฉวยหัวใจพี่สาวเขา? กล้าดียังไงขนาดนั้น?
โชคดีที่ร้านอาหารเดลิเวอรีแขวนรูปหน้าตรงขนาดใหญ่กับชื่อของเชฟแต่ละคนไว้ในรายการสั่งอาหารทั้งหมด
อามู่ตูไนจาเอ่อร์·อาปู้ลี่มี่ถี เป็นนายใช่ไหม?
รู้ใจเจียงจืออวี๋ขนาดนี้เลยเหรอ?
จงใจจะยั่วเธอใช่ไหม?
หลังมื้ออาหาร เจียงลู่ก็เปิดหน้าสั่งอาหารของร้านนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
แล้วสั่งอามู่ตูไนจาเอ่อร์·อาปู้ลี่มี่ 1,000 คน
ในหมายเหตุเขียนว่าไม่ต้องโทร ไม่ต้องส่งข้อความ ไม่ต้องส่งอามู่ตูไนจาเอ่อร์·อาปู้ลี่มี่มา และยิ่งไม่ต้องมาส่งถึงหน้าบ้าน
เอาเงินเขาไป แล้วไปงงให้พอเถอะ
หลังมื้ออาหาร เจียงจืออวี๋นอนเอกเขนกดูหนังอยู่บนโซฟา
เจียงลู่นั่งเล่นมือถืออยู่ข้าง ๆ
