เจียงจืออวี๋รู้สึกสงสารฉีซือขึ้นมานิดหน่อย
เธอมองฉีซือด้วยสายตาแบบกบตัวน้อยที่ทั้งรักมนุษย์และแอบเหงาอยู่หน่อย ๆ
จากนั้นก็โบกมือปฏิเสธของกินที่ฉีซือยื่นให้ «เดี๋ยวค่อยกิน»
แอนโธนีคล้องไหล่เจียงจืออวี๋ «ให้ปลาน้อยกินคนเดียวเหรอ ไม่ถามฉันบ้างว่าอยากกินไหม»
ฉีซือถาม «แล้วนายอยากกินไหม»
เขาขยับแว่นแล้วสบตากับแอนโธนี
ตั้งแต่วันแรกที่ถ่ายรายการ ทั้งสามคนล้มทับกันลงไปกองอยู่ด้วยกัน
ฉีซือก็มักสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์จาง ๆ จากแววตาของแอนโธนี
ถึงแอนโธนีจะเป็นคนใสซื่อโดยธรรมชาติ แต่ยังไงก็มีพื้นเพมาจากชนชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อสู้
สัญชาตญาณของเขาจึงดุจสัตว์ป่า
เมื่อแอนโธนีมองเจียงจืออวี๋เป็นของรักของหวง เขาก็ถือว่าทุกคนเป็นศัตรู แม้แต่เพื่อนอย่างฉีซือเองก็ตาม
แน่นอน ฉีซือก็ไม่เว้น
ตอนนี้ยิ่งมองแอนโธนี เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายขวางหูขวางตา
อย่างเช่น...มือข้างที่แอนโธนีวางอยู่บนไหล่เจียงจืออวี๋ตอนนี้
มันช่างแสบตาเหลือเกิน
อันที่จริงแอนโธนีไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน
เขาแค่คิดว่ามือที่สามก็ควรมีจรรยาบรรณของมือที่สาม
ในเมื่อเขากับฉีซือต่างก็เป็นมือที่สาม งั้นพวกเขาก็ต้องเป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว
เขาต้องรักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ และเชื่อฟังยิ่งกว่าฉีซือ
ยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นมือที่สามก็ไม่ได้มีอะไรน่าอายสักหน่อย
อย่างที่สุภาษิตจีนว่าไว้
คนอื่นเป็นมือที่สาม เรียกว่ายอมลดตัว
เพื่อนเป็นมือที่สาม เรียกว่าอย่าให้ใครจับได้
ตัวเองเป็นมือที่สาม เรียกว่ารักล้นฟ้า