กวนหลินไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่าสิ่งที่เสิ่นจืออันพูดออกมานั้นเกินจริงไปหน่อย
เขารู้เหมือนกันว่าเสิ่นจืออันไม่ค่อยรู้สึกปลอดภัย
อาจเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากประสบการณ์วัยเด็กก็ได้
ตัวก็เล็กนิดเดียว แถมยังน่าสงสารอีก
กวนหลินจึงดูแลเสิ่นจืออันเหมือนน้องชายแท้ ๆ มาโดยตลอด
เพียงแต่ความหวงแหนของเสิ่นจืออันยิ่งนับวันก็ยิ่งแรง จนชวนให้ปวดหัว
ถึงขั้นหึงน้องสาวแท้ ๆ ของกวนหลิน
ทั้งยังไม่ยอมให้กวนหลินสนิทกับสมาชิกคนอื่นมากเกินไปด้วย
กวนหลินจนปัญญากับเขา แต่บางครั้งก็หวังว่าเสิ่นจืออันจะลองไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่บ้าง
ทว่าเสิ่นจืออันเอาแต่พูดว่าตัวเองไม่ต้องการคนอื่น
กวนหลินเองก็ไม่รู้ควรทำอย่างไร ได้แต่คอยอยู่ข้าง ๆ เขาเงียบ ๆ
กวนหลินยื่นมือแหวกวัชพืชตรงหน้า ก่อนหันไปบอกเจียงจืออวี๋ว่า “ระวังหน่อย”
อาจเพราะที่บ้านมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง แถมยังชินกับการดูแลเสิ่นจืออันแล้ว น้ำเสียงที่กวนหลินพูดประโยคเหล่านี้จึงฟังเป็นธรรมชาติมาก
ให้ความรู้สึกแบบพี่ชายสุดอบอุ่น
คนดูในห้องไลฟ์โดนตกกันทันที
【กวนหลินอ่อนโยนมาก!! ฮือ ๆ คนอบอุ่นนี่แหละดีที่สุด!!】
【เสิ่นจืออัน นายโชคดีจริง ๆ สามีของนายดีสุด ๆ ไปเลย】
【รักและเอาใจใส่ภรรยาแล้วชีวิตจะรุ่งเรือง!】
【ขอเข้าสิงน้องสาวกวนหลินสักหนึ่งนาทีได้ไหม? แค่หนึ่งนาทีเอง...】
【ต่อแถวก่อน!】
ระหว่างทาง กวนหลินแทบไม่ได้พูดอะไร คนดูก็ไม่ได้ปั่นค่าความเกลียดชังกันเท่าไร
บรรยากาศรอบตัวทุกคนสงบจนเหมือนปล่อยวางทางธรรม
เจียงจืออวี๋คิดว่าไหน ๆ ก็ว่างอยู่แล้ว จึงเปิดดูเนื้อเรื่องต้นฉบับในหัว
ก่อนหน้านี้เธออ่านไปแค่ 50% แล้วก็หยุด
เพราะตรงจุด 50% นั้นเป็นช่วงที่ตัวเอกเดิมหายไปจากเรื่องพอดี
เป็นตอนจบที่ตัวเอกเดิมถูกไล่ออกจากวงการบันเทิง แถมยังพิการไปตลอดชีวิต
มองคนที่ชื่อและนามสกุลเหมือนตัวเองต้องพบกับตอนจบแสนรันทดแบบนั้นแล้วรู้สึกช็อกไม่น้อย
แต่เพราะการเดินทางน่าเบื่อเกินไป เจียงจืออวี๋จึงหยิบเรื่องต้นฉบับขึ้นมาอ่านต่อในหัว
